ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
พฤศจิกายน 20, 2017, 06:39:07 pm
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: สมัครเป็นสมาชิก ต้องส่งหลักฐานของท่าน เป็น ภาพถ่าย ใบขับขี่ โดยส่ง email มาที่
และต้อง post แจ้งผู้ดูแลระบบที่หัวข้อนี้ด้วยครับ >>Membership Within 24 Hrs<<

บุคคลทั่วไป ต้องการติดต่อกับเรา โปรดใช้ 


สำหรับการแนบรูปในกระทู้ ขอให้ใช้บริการฝากไฟล์ภายนอก คลิกดูวิธีการทำได้ที่นี่ครับ


+  Audio DIY Club - Network [คลับบ้านๆ ดีไอวาย แท้ๆ ของคนใจดี]
|-+  Audio DIY
| |-+  Audio DIY Personal Amp & Head Phone (ผู้ดูแล: art, dust)
| | |-+  HPamp & DAC
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 2 3 [4] 5 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: HPamp & DAC  (อ่าน 17114 ครั้ง)
dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #90 เมื่อ: มกราคม 20, 2017, 09:08:18 pm »

โม้ต่ออีกนิส แอมป์Aikidoเวอร์ชั่นทำเอง ถ้าพูดถึงเฉพาะภาคแอมป์ ผมว่ามันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าแดคแอมป์ไฮโซราคาแพง แต่มันก็พูดยากล่ะ เพราะว่าฟังกันคนละเพลง คนละสถานที่ คนละเวลา มันไม่แฟร์ที่จะสรุปอย่างนั้น แต่เราก็ไม่ได้หูถั่วซะขนาดนั้น หรือจะว่าหลงตัวเองก็ไม่ใช่  555

Aikido จะใช้หลอดเบอร์ 6N1p ก็ได้ แล้วก็อาจจะดีด้วย เพราะมันเป็นหลอดที่ filament เงียบมาก อาจจะเงียบมากที่สุดหลอดนึงเลย แต่ต้องเป็นเวอร์ชั่นที่ลงท้ายด้วย EBน่ะ
ถ้าจะทำก็ช่วยconfirm มาล่ะกัน
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #91 เมื่อ: มีนาคม 19, 2017, 08:01:09 am »

แปะรูปไว้ก่อน

Xmos5102_1 by St Lim, on Flickr

บอร์ดนี้ก็เป็น USB DAC จะว่าไปก็ถือว่าเก่าแล้วน่ะ และราคาก็ไม่แพงมาก แต่มันก็ยังมีความคุ้มค่าที่จะเล่น หลายๆคนอาจจะเล่นเบื่อจนโยนทิ้งไปแล้วก็ได้ และอีกหลายๆคนอาจจะยังไม่เคยสนใจที่จะฟังเพลงจากคอมพิวเตอร์ผ่านUSBกันเลยก็เป็นได้

แดคบนบอร์ดก็เบอร์ยอดนิยม PCM5102A BurrrBrown เป็นแดค32bit ส่วนUSB ก็เป็นXmos L8 เป็นชิปแบบ4core ใช้คู่กับชิปเซ็ทอีกเบอร์ ส่องดูแล้วก็ลืมเบอร์ไปแล้วสิ แต่ช่างัมนเถอะ เพราะยังไงก็คงไม่ต้องเสียเวลาไปทำเอง บอร์ดนี้มีสเป็คการใช้งานที่ค่อนข้างกว้างทีเดียว ตั้งแต่ 16-32bit/ 44.1-384Khz. แต่การใช้งานในโหมดPCM ได้ถึงเพียง 32bit/192Khz. เท่านั้น ส่วนความถี่ที่สูงกว่านั้นก็ต้องใช้งานกับASIO เล่นผ่านFOObar สำหรับ DSD file

มีช่องสัญญาณขาออกเป็น Lineout แล้วก็ Headphone out ด้วยไอซี TDA1308 ของ Philips แล้วก็มีSpdif out สำหรับไปต่อเข้าแดคอื่นๆที่ไม่มีUSB interfaceได้ด้วย จริงๆแล้วที่น่าสนใจที่สุดก็ตรงนี้แหละ เพราะXmos L8 ถึงแม้ว่าจะเก่าแล้ว แต่ก็ถือว่าทำงานได้ค่อนข้างดีมากๆ เสียงที่ออกมาจากXmos จะออกไปทางไฮไฟกว่า USB chip ของบริษัทอื่นๆ แต่บางทีพอมองในอีกมุมหนึ่ง มันก็พูดยากอยู่เหมือนกัน เพราะจริงๆแล้ว ผมก็ยังชอบ Tenor TE7022 อยู่เหมือนเดิม อาจจะเป้นเพราะว่า TE7022มันให้ฮาร์โมนิคส์มากกว่ามั้ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2017, 10:26:55 pm โดย dust » บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #92 เมื่อ: มีนาคม 19, 2017, 08:03:00 am »

Xmos5102_4 by St Lim, on Flickr

Xmos5102_2 by St Lim, on Flickr

จับมาใส่กล่องพลาสติก ก็เอาแบบพอใช้ได้ ใช้ฟังเล่นหนุกๆเพลินๆ ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก แดคชิปเบอร์ PCM5102A ก็เป็นแดคที่ค่อนข้างแปลก เพราะว่ามันถูกใช้ในแดคแบรนด์เนม นับตั้งแต่รุ่นBudget ไปจนถึงรุ่นที่ไฮเอนด์ราคาแพงก็ยังมีใช้กัน ก็อยากหาโอกาศไปลองฟังแดครุ่นแพงๆที่ใช้ชิปเบอร์นี้ดูว่ามันจะเป็นอย่างไร รูปบอร์ดข้างบน เป็นรูปที่ถ่ายไว้ตอนเทสท์ครั้งแรก ใส่ซี Nichicon FW ดูสีเปลือกพลาสติกแล้ว ถูกอบมาจนสีเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำตาลเข้มแล้ว ส่วนซีตัวเล็กๆก็เป็น Elna SilmicII เสียงที่ได้ฟังในตอนแรกค่อนข้างสะอาด ละเอียด ออกไปทางแหลมค่อนข้างเยอะ

ก็เพิ่งถอดเปลี่ยนซีใหม่หมด ดูในรูปด้านล่าง ใส่ซี Samwha 1,000uF/10V 2ตัว ซีอื่นๆก็เป็น Nichicon ที่เปลี่ยนนี่ก็เพื่อความสบายใจ เพราะบอร์ดแดคจากจีนนี่ค่อนข้างน่ากลัวเรื่องการเอาซีคัดทิ้งจากโรงงานมาใส่ ต่อให้บอร์ดราคาแพงเค้าก็ยังทำกันแบบนี้แหละ เรื่องนี้ก็ไม่น่าไว้ใจจริงๆ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2017, 10:27:48 pm โดย dust » บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #93 เมื่อ: มีนาคม 19, 2017, 08:03:45 am »

Xmos5102_3 by St Lim, on Flickr

ลองต่อSpdif ไปเข้าแดค TDA1541A เสียงละเอียดจริง เกินความคาดหมายไปพอสมควร แต่จะให้ผมฟันธงว่ามันดีกว่า USB interface อื่นๆ อันนี้ก็ตอบได้ยากจริงๆ ถ้าใครให้มาลอง Blind test ทอสอบความแตกต่างของ USB interface  ผมว่ามันคงจะเป็นเรื่องที่ยากมากทีเดียว ยี่ห้ออื่นๆก็มีดีในแบบของตัวเองไม่ว่าจะเป็น Cmedia, VIA, Amanero, Savitech อันหลังนี้ไม่แน่ใจว่ายังทำชิปอยู่รึเปล่า ที่แน่ๆ Tenor เลิกผลิตไปนานพอสมควรแล้ว

Xmos L8 เป็นชิปที่ค่อนข้างเก่าแล้ว ที่ใหม่กว่าก็ Xmos U8 เป็นชิป8core เสียงละเอียดกว่าน่ะ แล้วก้จัดซาวน์สเตจได้สวยงามกว่าด้วย และล่าสุด Xmos ก็ออกชิปใหม่แล้วเป็น U208 เป็นชิป16core อาจจะสงสัยกันว่าทำไมมันต้องใช้ทรัพยากรอะไรมากมายขนาดนั้น จริงๆแล้วตลาดหลักในตอนนี้ก็เน้นไปที่คนฟังเพลง DSD file

แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่ได้สนใจ DSD สักเท่าไหร่ ถ้าสงสัยว่า DSD file คืออะไร? ก็ลองดูอย่าง SACD ของโซนี่แล้วกัน ถ้าเป็นเครื่องเล่นSACD กับแผ่นSACD เดิมๆแท้ๆของโซนี่ ผมว่ามันก็ดีมากจริงๆล่ะ แต่สำหรับ DSD file ที่ขายกันตามเน็ท มันมีที่มาหลากหลายจริงๆ แล้วSelectionเพลง ก็เป็นอะไรซำ้ๆที่ส่วนใหญ่ก็เคยฟังกันมาเสียจนไม่อยากจะฟังอีกแล้ว เคยลองฟังเดโม Take Five/ Jazz at the pawnshop ฟังแล้วก็ไม่แน่ใจจริงๆว่าจะอยากซื้อไม๊? เพราะฟังแล้วมันรู้สึกซ้ำซากจำเจเหลือเกิน แล้วเสียงก็ไม่ใช่ว่าจะดีเว่อร์ขนาดนั้น ยังแอบสงสัยอยู่ว่าเอาแผ่นซีดีเดิมของProprius มาทำต้นฉบับDSD fileรึเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง การ upsampling จากต้นฉบับ 16bit/44.1Khz จะมีความหมายอะไร แต่เรื่องอย่างนี้ถือว่าหูใครหูมัน ลองไปหาฟังกันดูเอาเองครับ  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2017, 10:28:20 pm โดย dust » บันทึกการเข้า

ลำน้ำ
Permanent Member
Hero Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7265



« ตอบ #94 เมื่อ: มีนาคม 19, 2017, 08:56:28 pm »

ขอบคุณครับ  ที่จริงก็ใช้ XMOS อยู่ แต่ไม่เคย ศึกษาลึกขนาดนี้ เลย ...  ถูกใจหลายๆ ถูกใจหลายๆ
บันทึกการเข้า

โปรดอ่าน !!  

น้าลำเป็นหนี้ ท่านใด รบกวนโปรด PM มาให้ด้วย นะครับ (เผื่อจำไม่ได้ครับ)


ติดต่อ น้าลำน้ำ
มายาทัศนา
Permanent Member
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 162


« ตอบ #95 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2017, 01:57:39 pm »

น้ำตาจะไหล วันก่อนเข้ามาอ่านรูปประกอบหายหมด
วันนี้กลับมาอ่านทบทวน รูปประกอบออนแอร์แล้ว

ขอบคุณพี่ dust มากๆ ครับ
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #96 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2017, 10:13:41 pm »

น้ำตาจะไหล วันก่อนเข้ามาอ่านรูปประกอบหายหมด
วันนี้กลับมาอ่านทบทวน รูปประกอบออนแอร์แล้ว

ขอบคุณพี่ dust มากๆ ครับ

กระทู้นี้ไม่ได้ update นานมากแล้ว จริงๆก็ว่าจะอัพอยู่เหมือนกัน
พวกโปรเจคท์เก่าๆที่ทำไว้จนลืมฝุ่นจับเมื่อสองสามปีที่แล้ว ได้แก้ปัญหาไปจนหมดทุกโปรเจคท์แล้ว
แต่ก็ไม่ใคร่อยากเอามาลงไว้สักเท่าไหร่ เพราะบางทีมันมีรายละเอียดของการทำแอมป์ที่หยุมหยิมเกินไป อย่างแอมป์Satori ก็เสียงละเอียดมากๆ แต่มันจุกจิกเสียจนน่ารำคาญ
แก้เสร็จ ลองฟังแล้ว บางทีก็ขี้เกียจยกมาฟังซะงั้น

เท่าที่ได้ไปเดินช็อปบ้านหม้อเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ของที่จะทำแอมป์หายากมากกว่าแต่ก่อนเยอะ พวกอุปกรณ์R,Cก็มีราคาแพงขึ้นไปเรื่อยๆ มันแพงจนน่าใจหายอย่าง C Wima 0.1uF/63V ราคาตกตัวละ4บาท ดูใบเสร็จแล้วงงอย่างแรง แต่จะว่าไป ช่วงเวลานี้คงเป็น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดแล้วสำหรับการดีไอวายแอมป์โซลิดสเตท เพราะบางทีหลังจากนี้ไปวงการเครื่องเสียงจะเปลี่ยนไปเป็นดิจิตัลหมดแล้วมั้ง ใครที่ยังไม่เคยหาซื้อLateral Mosfet อย่าง Renesas, Exicon ผมแนะนำว่าซื้อเก็บไว้ก่อนก็น่าจะดี เพราะทุกวันนี้แอมป์ใหม่ๆเค้าไม่ใช้กันแล้ว ที่ยังผลิตออกมาขายได้อยู่ก็เป็น spare parts ให้กับแอมป์เก่าๆเท่านั้นเอง ไปดูราคาในเว็บนอกก็แพงกว่าบ้านเราเยอะ หลายๆเบอร์ก็ไม่มีท่าทีว่าจะกลับมาผลิตใหม่อีก น่าเสียดายเหมือนกับกับแพคเกจที่เป้น  NPN+PNP TO247 อันนี้เลิกผลิตไปแล้ว

คิดเล่นๆว่า บางทีในอีกสิบปีข้างหน้า ดิจิตัลแอมป์ สามารถที่จะสังเคราะห์เสียงใกล้เคียงคลาเอบี ไปจนถึงคลาเอได้ ถึงวันนั้นอะไรๆก็คงจะเป็นเรื่องสะดวกมากทีเดียว ถ้าสามารถทำแอมป์ให้เสียงดีแล้วจบได้ภายในชิปตัวเดียว อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะเป้นไปไม่ได้ที่จะทำเสียงให้คล้ายอะนาล็อก เพราะปัจจุบันนี้คอมพิวเตอร์ก็กำลังพัฒนาระบบใหม่ สักวันนึงในอนาคตถ้าQuantum computer สามารถผลิตเพื่อการใช้งานสำหรับภาคครัวเรือนทั่วไปได้แล้ว ผมคิดว่าความสามารถของQuantum bit จะสามารถ simulate เสียงแบบอนาล็อกได้ไม่ยากเลย ถ้าผมไม่รีบตายไปเสียก่อน อาจได้เห็นQuantum computer แบบเดสก์ท็อปเอาไว้ต่อฟังเพลงก็ได้

จากนี้ไปคงต้องพักยาวๆๆๆ หมดความอยากที่จะดีไอวายด้วยประการทั้งปวง ขอให้โชคดีและมีความสุขกับการดีไอวายครับ

บันทึกการเข้า

yowza
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 48


อีเมล์
« ตอบ #97 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2017, 10:30:10 pm »

รบกวนถามอ่ะคับ ได้ dac ess 9018 มาแผ่น
ทีนี้ไม่ได้ จอ กะแผ่นปุ่มกด ได้มาแต่แผ่นใหญ่อย่างเดียว
ไม่ทราบว่าจะทำงานไหมอ่ะคับ
เห็นว่า usb ต้องซื้อเพิ่ม


* Screenshot_2017-07-28-02-34-46.jpg (390.94 KB, 1280x720 - ดู 44 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #98 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2017, 12:56:53 pm »

รบกวนถามอ่ะคับ ได้ dac ess 9018 มาแผ่น
ทีนี้ไม่ได้ จอ กะแผ่นปุ่มกด ได้มาแต่แผ่นใหญ่อย่างเดียว
ไม่ทราบว่าจะทำงานไหมอ่ะคับ
เห็นว่า usb ต้องซื้อเพิ่ม

ไม่ทำงานแน่นอนครับ เพราะESS9018 ถูกออกแบบมาให้ทำงานด้วย Software mode(I2C) ในตัวชิปเองมันมี MUX ที่จะเป็นดิจิตอลซีเลคเตอร์ ซึ่งต้องสั่งงานด้วยซอฟท์แวร์เท่านั้น แต่ก็มีคนพูดๆอยู่เหมือนกันว่า เหมือนกับว่ามันจะมี default mode ที่สามารถป้อน I2S แล้วมันทำงานได้ แต่ยังไม่ได้ดูว่ามันเข้าpinที่เท่าไหร่ แล้วต้องเซ็ทอะไรอีก?ก็ไม่รู้เหมือนกัน

ส่วนUSB module ก็คงจะเป็นออปชั่นเพิ่มเติม เพราะตัวชิปเองไม่สามารถที่จะสื่อสารกับพอร์ทUSBจากคอมพ์ได้โดยตรงครับ ส่วนใหญ่ก็คงเป็น Xmos, Amanero ประมาณนี้ เพราะมันซัพพอร์ท DSD function แต่ถึงอย่างนั้น ESS9018 ก็ไม่ใช่DSDแท้ๆครับ มันเป็น DSD to PCMอีกทีนึง
 
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #99 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2017, 09:39:43 pm »

Warning by St Lim, on Flickr

ข้อมูลตามในตารางนี้เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับใครที่เล่นหูฟัง อย่างน้อยคุณต้องรู้ตัวเองว่า การสวมใส่หูฟังเพื่อฟังเพลง โดยเฉพาะระดับเสียงที่ดังมากนั้นเป็นเรื่องที่อันตรายต่อการได้ยิน
ผมมีความกังวลเรื่องนี้อยู่พอสมควร เนื่องจากว่าโปรเจคท์แอมป์หูฟังอย่าง SSA,VSSA นอกจากจะเสียงดีแล้ว เมื่อคุณฟังไปเรื่อยๆบางทีอาจจะเผลอเร่งโวลุ่มขึ้นไปจนดังมากโดยที่ลืมตัว อย่าคิดว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ เพราะแอมป์ที่THD มีค่าต่ำมาก ถึงเปิดเร่งเสียงดังมาก มันก็ยังเสียงดี ไม่รู้สึกว่าเสียงมันเค้นหรือฟังแล้วเครียดแต่อย่างใด ยิ่งฟังดังมากเสียงก็ยิ่งเจ๋งอะไรประมาณนั้น เรื่องอย่างนี้ต้องระวังตัวเองไว้ให้มาก

สิ่งที่ควรปฏิบัติ ก่อนการใช้งานแอมป์หูฤัง เพื่อต่อใช้งานฟังเพลงกับหูฟัง
ในทุกครั้งของการใช้งาน ควรทำเป้นหลักปฏิบัติที่ตายตัวแน่นอนไว้เลยว่า

1.ทุกครั้งที่เปิดแอมป์ต่อหูฟัง ไม่ควรเปิดเพลงจากซอร์สเข้าไปยังเครื่องในทันที
2.โวลุ่ม จะต้องปรับไว้ที่ระดับต่ำสุดเสมอ ทั้งก่อนใช้งาน และหลังใช้งานเสร็จแล้ว
3.เมื่อจะฟังเพลง ค่อยๆเร่งโวลุ่มขึ้นอย่างช้าๆ จนกว่าจะได้ระดับความดังเสียง ที่ฟังแล้วรู้สึกสบายๆพอดีกับการฟังเพลง
4.ไม่ว่าคุณจะฟังเพลงด้วยระดับเสียงดังมากหรือเบาเพียงใด ต้องเว้นระยะเวลาให้หูได้พักบ้าง อย่างมากที่สุด ไม่ควรฟังเพลงต่อเนื่องเกิน2ชั่วโมง
5.พึงตระหนักไว้เสมอๆว่า หูฟังเสีย-แอมป์เสีย ยังหาใหม่ ยังซ่อมได้ แต่ถ้าประสาทหูเสีย คุณจะเปลี่ยนใหม่ไม่ได้อีกเลย

หมายเหตุ ตารางข้างบนนี้ ผมก็อปมาจากเว็บไซต์ของ Rod Elliot http://sound.whsites.net/project113.htm
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 12, 2017, 09:41:50 pm โดย dust » บันทึกการเข้า

yowza
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 48


อีเมล์
« ตอบ #100 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2017, 09:58:43 pm »

คาราวะ ท่าน ซินแส

น้อมรับคำชี้แนะ

ความรู้ล้วนๆ เลย ขอบคุณครับ

หลงคิดว่า sabre es 9018  support dsd มาตั้งนาน

มิน่า teac dac  ถึงใช้แต่ BB
บันทึกการเข้า
dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #101 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2017, 11:14:00 pm »

อยู่เว็บนี้แล้วดีจัง ได้เป็น Modแล้ว ตอนนี้ได้เป็นซินแสด้วย  ฮ่อๆ...555

มีไอเดียมาแนะนำนิดหน่อยว่า ถ้าชอบเสียงแบบ ESS Sabre ลองหาแดคบอร์ด Analog Device อย่างเบอร์ AD1955มาเล่นจะง่ายกับชีวิตมากกว่าเยอะ
ทำไมน่ะเหรอ? ถ้าผมจำไม่ผิดอ่ะน่ะ คนที่ออกแบบ Sabre แกชื่อ Dustin ผมเดาว่าแกน่าจะย้ายมาจากค่าย Analog Device ผมเคยตามอ่านตอน Sabre DAC เปิดตัวในเว็บ DIYHiFi.org ก็น่าจะสิบปีได้แล้วมั้ง (แหมเวลามันช่างผ่านไปเร็วจัง) มีคนถาม Dustin ว่า เมื่อทำแดคสเปคเทพออกมาแล้ว ทำไมไม่ออกแบบออปแอมป์เทพด้วย จะได้คู่กันไปเลย Dustin ก็ตอบว่า AD797 น่ะเสียงดีสุดยอดอยู่แล้ว ต่อให้ดีไซน์ออปแอมป์เบอร์ใหม่ก็ไม่อาจจะก้าวข้ามความเจ๋งของAD797ไปได้ แต่ในตอนนั้นก็ไม่มีใครได้เห็นดาต้าชีทของES9018เลย แต่ก็มีคนเดาเอาว่า ES9018 แท้จริงแล้วก็คือ AD1955 หลายๆตัวจับมาใส่ไว้ในแพ็คเกจเดียวกัน เพื่อใช้งานกับดีวีดีสำหรับตลาดโฮมเธียเตอร์ที่เน้นมัลติแชนแนลเป็นหลัก

แต่ด้วยความที่เมื่อจับแดคชิปมัลติแชนแนลข้างในมาขนานกันแล้ว ก็ได้dynamic range ที่มีค่าดีมากๆ -135dBใช่ไม๊? ลืมไปแล้ว มันก็เลยเป้นเรื่องฟลุ้คอยู่เหมือนกันที่ แดคเบอร์นี้มาดังในตลาดไฮไฟได้ ลองไปดูผู้ผลิตเครื่องเสียงแบรนด์เนมหลายยี่ห้อ เค้าก็นกรู้เหมือนกัน แทนที่จะใช้ Sabre DAC ก็ใช้ AD1955แทน ถูกกว่าด้วย เสียงก็ไม่หนีกันเท่าไหร่ ถ้าจำไม่ผิดก็มียี่ห้อ Cambridge Audio, Schitt เป็นต้น

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เพียงแค่แดคชิป มันบอกกันไม่ได้หรอกว่าจะต้องเสียงดีเสมอไป สุดท้ายแล้ว ก็อยู่ที่การทำให้เสียงในภาพรวมออกมาอย่างไรมากกว่า
แดคเบอร์พื้นๆก็เสียงดีได้มากมายเช่นกัน หรืออย่าง ES9028 ที่จับใส่โทรศัพท์มือถือVivo ก็ได้รับเสียงตอบรับในทางด้านลบอย่างแรงมากว่าเสียงมันจัดจ้านเหลือเกิน โดยส่วนตัวไม่เคยฟังหรอก ก็ฟังเค้าว่ามาอีกที สุดท้ายก็ต้องปล่อยให้พวกทำพีซีบีในAliขายกัน ตอนนี้ก็มีออกมาใหม่อีก ES9038Pro ผมขี้คร้านจะตามดูด้วยซ้ำไปว่าสเป็คมันดีขึ้นอย่างไร? บอกตรงๆว่าเฉยๆแล้วกับเรื่องแบบนี้ จริงๆแล้วมันอาจจะเป็นแค่เรื่องการตลาดเท่านั้นเอง

ถ้าพูดกันจริงๆจังๆแล้ว หลายปีมานี้ ยังไม่มีแดคอะไรที่ใหม่จริงๆเลย ส่วนใหญ่แล้วเน้นทำการตลาดกันเสียมากกว่า ผมคิดว่า ES9038Pro ต้องถูกเข็นออกมาเพื่อรับมือกับ AKM4497เท่านั้นเอง มีอะไรใหม่นิดๆหน่อยๆให้ตลาดได้ตื่นเต้น ดีกว่าเสียส่วนแบ่งการตลาดไปเปล่าๆ แต่ก็ต้องชมจริงๆว่า AKM4490, AKM4495 เป็นแดคที่มิวสิคคัลเยี่ยมจริงๆ ก็เคยฟังอยู่แค่เนี้ยแหละ
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #102 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2017, 09:33:09 pm »

มินิรีวิว KSA-5 clone

KSA5_1 by St Lim, on Flickr
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #103 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2017, 09:34:02 pm »

KSA5_2 by St Lim, on Flickr

KSA5_3 by St Lim, on Flickr
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #104 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2017, 09:48:48 pm »

แต่เดิมที Kevin Gilmore ได้ทดอลงทำ Krell KSA-5 เป็นโปรเจคท์เผยแพร่ทั่วไปในแวดวงดีไอวาย ไม่แน่ใจว่ามันเป็นอะไรที่ต่อยอดมาจากDynaloรึเปล่า
ส่วนในรูปนี้เป้นชุดคิทประกอบสำเร็จ ที่ทางบริษัทYuanJing เอาวงจรของ KSA-5 clone มาทำให้เล็กกะทัดรัดลง โดยการจับเอาภาคจ่ายไฟและวงจรรวมไว้ด้วยกัน วงจรก็ไม่ต่างไปจากเดิม มีที่ต่างไปบ้าง ก็คงเป็นไฟเลี้ยงวงจร ของเดิมที่ +/-21V ชุดคิทอันนี้ไฟอยู่ที่ +/-19V

เท่าที่ได้ทดลองฟังมาหลายชั่วโมง ความรู้สึกแรกคือ "เหมือนกับว่าเคยฟังเสียงแบบนี้แล้ว" ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นสักเท่าไหร่
อาจจะเป้นเพราะผมรู้สึกไปว่า เอาท์พุททรานซิสเตอร์ซึ่งใช้เอบร์ MJE15032/33 OnSemi มันมีแนวทางเสียงของตัวเองที่เด่นชัดมาก ใครที่เล่นOnSemi มาก็คงพอจะนึกออก ผมรู้สึกว่าตัวเลือกทรานซิสเตอร์ บางทีมันส่งผลต่อเสียงของแอมป์ไม่น้อยกว่าวงจร

แต่ก็มีที่ถูกใจเมือนกันที่อินพุท เป้นเจเฟ็ทVisahy 2N5566 เป็นเจเฟ็ทคู่ เสียงไม่ออกหวานแบบโตชิบา หวานติดปลายนิดๆ หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายอีกนิด ก็คงคล้ายๆกับเจเฟ็ทที่เสียงค่อนมาทางทรานซิสเตอร์มากกว่าโตชิบานั่นเอง ซึ่งมันก็ช่วยปรับเสียงให้ได้เนียนพอสมควร

เป็นแอมป์ที่ราคาไม่แพงมากนัก และก็ได้เสียงี่น่าพอใจ ในตลาดAli ก็มีเวอร์ชั่นที่เหมือนกับของKevin Gilmoreขายด้วย เป็นชุดบอร์ดพีซีบีสีเขียว ราคาก็จะแพงพอสมควร เพราะใช้พาร์ทเกรดดีหน่อย แล้วก็มีบอร์ดสีฟ้า แล้วก็บอร์ดสีแดง ก็คุณภาพก็คงตามราคาละมั้ง เป็นแอมป์ที่ไม่รู็จะโมฯอะไรดี เพราะแค่นี้ก็เสียงดีพอสมควรแล้ว ถ้าจะโมจริงก็อาจจะเปลี่ยนพวกtrim pot., relay, R บางตัว C อะไรประมาณนี้ ใครไม่อยากทำแอมป์ ก็อาจจะลองซื้อมาเล่น ง่ายกว่าเยอะเลย 
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #105 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2017, 08:23:06 pm »

วันนี้มาพูดต่ออีกหน่อย เมื่อคืนเบลอๆไปหน่อย เขียนอะไรจับประเด็นไม่ใคร่ได้
สำหรับวงจรต้นฉบับของ Dr.Gilmore ที่เป็น Pdf file ผมเองก็ไม่ได้โหลดเก็บไว้ มันนานหลายปีแล้ว และตั้งแต่พ่อค้าในตลาดAli เอาแอมป์ของDr.Gilmoreไปทำขาย แกก็คงจะลบไฟล์ทิ้งไปแล้วมั้ง เพราะเว็บไซต์ส่วนตัวแกเข้าไม่ได้แล้ว

ถ้าต้องการดูวงจร เท่าที่ผมหามาได้ก็ไปตามลิ้งค์ข้างล่างนี้แล้วกัน เป้นเว็บจีน
http://audithode.pixnet.net/blog/post/19034213-krell-ksa5-%E8%A3%9D%E6%A9%9F%E5%A0%B1%E5%91%8A

KSA-5ที่ขายกันในตลาดAli ก็มีหลายๆอัน ที่ประกอบเสร็จอยู่ในกล่องแอมป์เรียบร้อย แล้วมีต่อไบน์ดิ้งโพสต์ไปออกลำโพงด้วย เรื่องนี้Dr.Gilmoreบอกว่า มันขับลำโพงแบบเต็มๆไม่ได้หรอก อย่างเก่งก็เอาไปขับพวกเสียงแหลมที่เป้นลำโพงฮอร์นก็พอจะได้อยู่ แต่ถ้าขับลำโพงแบบเต็มทั้งแหลม-กลาง-เบส ก็คงไม่ได้ เพราะภสคจ่ายไฟมันจ่ายกระแสไม่ได้อยู่แล้ว

สำหรับเรื่องเสียง ผมเปรียบเทียบจากความทรงจำแล้วกัน KSA-5 VS VSSA-BJT(TO3) บอกตรงๆว่ากินกันไม่ลง ดีทั้งคู่ ถ้าคุณมีแอมป์ตัวใดตัวหนึ่งแล้ว ก็มองข้ามอีกตัวไปได้เลย เสียงมันอาจมีแตกต่างกันเรื่องสไตลส์ที่ไม่เหมือนกันบ้าง แต่โดยภาพรวมผมว่าก็พอๆกัน VSSA-BJT(TO3) ค่อนข้างจะถูกโฉลกกับไฟล์เพลงที่ริปมาจากแผ่นเสียงมากๆ เสียงร้องฟังแล้วกังวานมีแอมเบี้ยนซ์รอบๆชัดเจน แต่KSA-5 ด้วยความที่เป้นเจเฟ็ทอินพุท มันทำให้การฟังเพลงเป็นอะไรที่ประนีประนอมมากๆ ไม่ว่าไฟล์เพลงจะแย่มาอย่างไร ผมว่ามันก็ฟังออกมาได้โอเคทั้งนั้น แต่VSSA-BJT(TO3)มันจะโหดกว่าเยอะ แย่ก็บอกว่าแย่ เป็นอะไรที่จริงจังกว่า และด้วยความที่เอาท์พุทเป็นOnSemiทั้งคู่ ผมเลยไม่ใคร่จะซีเรียสมากว่าใครจะดีกว่ากัน เอาเป็นว่าดีทั้งคู่

บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #106 เมื่อ: กันยายน 09, 2017, 07:53:44 pm »

HPA_test1 by St Lim, on Flickr

หลายวันมานี้ก็พอจะมีเวลาอยู่ เลยยกเอาแอมป์หูฟัง KSA-5 มาต่อเป็นปรีแอมป์ไปยังเพาเวอร์แอมป์หลอดดูว่ามันจะเป็นอย่างไร? บอร์ดKSA-5 ก็มีเปลี่ยนพาร์ทไปหลายจุด ที่สำคัญที่สุดน่าจะเป็น รีเลย์ตรงสัญญาณขาออกนี่แหละ เปลี่ยนจากของจีนเป้น Takamizawa แจ๋วเลย นอกนั้นก็เป้นพาร์ททั่วๆไป

HPA_test3 by St Lim, on Flickr

แอมป์หลอด ก็เบอร์ยอดนิยม EL34 เป็นแอมป์ PP UL อินพุทเป้ฯหลอดเบอร์ ECC99 เฟสสปลิทเตอร์ E82CC แล้วก็ต่อกับลำโพง Seas midbass 5" L15?, tweeter 27tbfcg??? จำรุ่นไม่ใคร่ได้เพราะทำมานานพอสมควร น่าจะปี48 เป็นปีที่เริ่มทำแด็คพอดีเลย

บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #107 เมื่อ: กันยายน 09, 2017, 08:02:50 pm »

ใ้ชเวลาเบิร์นอยู่พักใหญ่เลย เพราะทั้งแอมป์ทั้งลำโพง ไม่ได้เปิดใช้งานมาเกือบสองปีได้แล้ว พอเสียงเริ่มได้ที่ ก็ว่าเสียงดีน่ะ เสียงกลางนี่ JFet Vishay ชักจะคล้ายๆกับเจเฟ็ทโตชิบาเข้าไปทุกที ไม่รู้ว่าจะชอบหรือไม่ชอบดี เจเฟ็ททุกยี่ห้อในโลกนี้มันคล้ายกันไปหมดหรืออย่างไรกัน? เสียงแหลม...มาแนวแบบเนียน อันนี้ผิดความคาดหมายจริงๆ เพราะที่เอาท์พุทของKSA-5 เป็นทรานซิสเตอร์ แหลมมันน่าจะออกคมๆจัดๆ แต่ไม่ใช่ มาเนียนเรียบร้อยเชียว เสียงเบส มาเยอะ แล้วก็เบสลงลึกมากกว่าปรีแอมป์หลอดด้วย เรื่องนี้แน่นอนอยู่แล้ว แต่ก็รู้สึกว่าเบสมันออกจะด้อยไปหน่อยเรื่องคอนโทรล เหมือนกับว่าพอเบสมาเบอะแล้วมันลากยาวกว่าปกติออกไปอีกหน่อยนึง ผมคิดว่าเสียงแบบนี้น่าจะถูกใจคนเล่นแอมป์หลอดทั่วๆไป เพราะมันแทบจะไม่มีอะไรขัดแย้งกับแนวทางแอมป์หลอดเลย มันเข้ากันได้ดีมาก

แต่ก็อาจจะมีประเด็นที่น่าสงสัยอยู่เหมือนกันว่า แอมป์หูฟังKSA-5 ผมตั้งกระแสเอาท์พุทไว้ที่ตัวละ 50mA โดยประมาณ รวมๆแล้ว ก็จะได้ +/-100mA ทีนี้เมื่อมันถูกใช้เป็นปรีแอมป์ มันไม่ได้ทำหน้าที่ขับโหลดที่มีmass เหมือนอย่างหูฟังเลย โหลดของปรีแอมป์ ก็เป็นเพียง resistive load แล้วทำไมต้องตั้งกระแสกันเยอะแยะด้วย คำตอบก็น่าจะเป้นว่า แอมป์ที่รันในคลาสเออย่าง KSA-5 ยิ่งไบแอสกระแสเยอะๆ ฮาร์โมนิคส์ก็ยิ่งมาเยอะ เสียงจะฟังแล้วได้มิวสิคคัลมากๆไงล่ะ
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #108 เมื่อ: กันยายน 09, 2017, 08:10:12 pm »

HPA_test2 by St Lim, on Flickr

ทดลอง Super Linear V1.2 ดูบ้าง ก็เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ไว้ เสียงโดยภาพรวมสะอาดมากๆ เสียงใสชัดแจ๋ว ช่องว่างระหว่างเครื่องดนตรีสะอาดสุดๆ และก็เสียงแหลมเหมือนจะมีเรโซแนนซ์อยู่พอสมควร คิดว่าน่าจะมาจากออปแอมป์ NS LF356 มีผลต่อเสียงมากจริงๆ

Andrea hpaV1.2_4 by St Lim, on Flickr

ถอดเปลี่ยนออปแอมป์เป็น TI TL071 แล้วก็เอาซีWima MKP10 ออกไป เอาซีไมล่าร์แบบโนเนมมาลองใส่ดู เสียงน่าฟังกว่าเยอะเลย เรโซแนนซ์ที่ย่านเสียงแหลมหายไป เสียงกลางฟังแล้วอิ่มมีมวลเสียงเป็นตัวเป้นตน อย่างเสียงแอคคอร์เดียนนี่หวานฉ่ำได้เหมือนกัน เออน่ะ ทรานซิสเตอร์ก็ทำเสียงหวานได้ด้วย แต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง ตรงที่เบสออกจะไปทางหนานุ่ม แต่ก็โอเคล่ะ ฟังเพลินๆดี ไม่เครียด ซาวน์สเตจ เล็กกว่าKSA-5 แต่ก็โอเค ทำได้ออกมาเหมาะสมดี เป็นเสียงที่แบบว่า เปิดฟังกันได้ทั้งวัน
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #109 เมื่อ: กันยายน 09, 2017, 08:14:53 pm »

ที่ทดลองนี่ ก็เพื่อคลายความสงสัยของตัวเอง สงสัยมานานว่าแอมป์หูฟังเมื่อมาเป้นปรีแอมป์แล้ว มันจะทำงานได้ดีมากน้อยเพียงใด? วันนี้ก็หมดข้อข้องใจสักที มันโอเคมากๆเลย เป็นไอเดียสำหรับใครที่มีแอมป์หูฟังแล้วอยากจะใช้งานให้มันคุ้มค่าว่าจะเอาไปทำอะไรได้บ้าง

แล้วก็ซีไมล่าร์ค่า 4.7uF/100V ผมซื้อมาจากร้าน NPE ราคาก็แพงเอาเรื่องเหมือนกันน่ะ น่าจะยี่สิบบาทปลายๆ ได้เอามาใช้งานแบบนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าล่ะ  555
บันทึกการเข้า

METAL Audiophile
Permanent Member
Hero Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4958



« ตอบ #110 เมื่อ: กันยายน 10, 2017, 07:37:52 am »

หมดตลาดแน่ๆ อิอิ
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #111 เมื่อ: กันยายน 17, 2017, 08:00:23 am »

KorgNutube by St Lim, on Flickr

http://korgnutube.com/en/

http://korgnutube.com/pdf/Nutube_DatasheetV1E.pdf

http://www.pmillett.com/nuhybrid.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 17, 2017, 08:33:13 am โดย dust » บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #112 เมื่อ: กันยายน 17, 2017, 08:10:31 am »

นี่เป็นหลอดที่เป็นดีไซน์ใหม่จริงๆ เป็นผลงานร่วมกันระหว่าง Korg และ Noritake ผู้ผลิตจอแสดงผลฟลูออเรสเซนส์
หลอด 6P1 เป็นหลอดที่มาในแพ็คเกจแบนเรียบแบบจอดิสเพลย์ที่เรียกกันว่า VFD Vacuum Fluorescent Diplay
เห็นสีเขียวๆเรืองแสงดูแล้วน่าตื่นเต้นมากเลยน่ะนึกว่าเป็นKryptonite ที่แท้เป็นสารฟลูออเรสเซนส์เรืองแสงแบบหลอดตาเมียวนี่เอง

ถึงแม้จะเป้นหลอดดีไซน์ใหม่ มาในแพ็คเกจแบน แต่เสป็คก็ออกมาในแนวหลอด Subminiature หรือหลอด Pencil tube นั่นเอง
ราคาขายปลีกก็เอาเรื่องเหมือนกัน ตกที่ราคาหลอดละ $49.99 เอ่อ หลอดแบบเดิมๆในตลาดก็ยังมีเหลืออีกเยอะแยะน่ะ แล้วจะไปสู้เค้าได้ยังไงกัน
ข้อดีของหลอด 6P1 อาจจะอยู่ตรงที่มันแบนเรียบ จึงสะดวกต่อการออกแบบใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่น และมันก็ถูกออกแบบมาใช้งานที่โลโวลท์กับแบตเตอรี่ด้วย
ลองดูวงจรตัวอย่างที่Pete Millette ออกแบบไว้เสร็จแล้วน่ะ ดูวงจรน่ารักเกิ้น แล้วก็Nelson Pass ก็ทำแอมป์ที่มีหลอด6P1เป็นอินพุทเสร็จแล้วด้วย

สำหรับผมขอผ่านจ๊ะ ไม่ถนัดกับแอมป์หลอดเลย ทำไม่เป้นจริงๆ Lips Sealed
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #113 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 08:04:45 pm »

test_MTC_opt by St Lim, on Flickr

ได้ลองเอาท์พุทน้า MTC สักทีครับ ลองฟังไปได้ 4-5ชั่วโมง แววดีน่ะ แต่ก็ยังไม่ได้ลองต่อกะหูฟังเลย แบบว่าเอาท์พุทใหญ่เกิน ผิดแผนเลย
ตอนถอดเอาท์พุทคู่เดิมออกก็ลืมฟังไปซะนี่ เลยไม่รู้จะเทียบเสียงยังไง รีบๆทำไปหมดเลยลืม แต่เท่าที่ได้ฟังก็ว่าน่าพอใจล่ะ
ว่าแต่หลอดเบอร์อะไรล่ะ ลืมไปแล้วเหมือนกัน เอาเป็นว่าน่าจะเบอร์ 11FY7 RCA มั้ง งง
ลองฟังไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ช่วงนี้ฝนตกบ่อยเลยไม่ได้เปิดฟังต่อเนื่อง กะว่ากลางปีหน้าคงจะเบิร์นเสร็จได้ที่พอดีแล้วจะมารายงานอีกที 555
บันทึกการเข้า

NUFA
Permanent Member
Hero Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2586


DIY เล็กๆ


« ตอบ #114 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 10:05:28 pm »

น้าdust. พอจะลงวงจร 11fy7 หน่อยได้มั้ยครับ
พอดีมีเก็บอยู่ 2 หลอด อิอิ
บันทึกการเข้า

ข้อมูลผมครับ: http://www.audiodiyclub.net/index.php/topic,219.0.html
dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #115 เมื่อ: กันยายน 25, 2017, 09:02:38 pm »

น้าdust. พอจะลงวงจร 11fy7 หน่อยได้มั้ยครับ
พอดีมีเก็บอยู่ 2 หลอด อิอิ

SE_11FY7_2 by St Lim, on Flickr

หลอด 6BE3 เอาไว้ดร็อปโวลท์ ก็ยังสูงอยู่ดี แล้วก็ช่วยในเรื่องดีเลย์ไฟสูงได้อีกประมาณ10Sec
ส่วนกระแสที่คาโธดฝั่งเพาเวอร์ ก็คงไม่มากไปกว่านี้ เพราะไฟสูงค่อนข้างเยอะมากแล้ว ผมไม่ได้เปิดแอมป์วัดไฟ เป็นอะไรที่มาจากความทรงจำจริงๆ
เป็นวงจรที่ไมาน่าทำตามยอย่างสักเท่าไหร่ ไฟสูงทีเอาท์พุทควรอยู่ประมาณสัก 250Vdc กระแสคาโธดอาจจะได้สัก 40mA อย่างนี้จะดูโอเคกว่า
ส่วนไฟที่ฟิลาเมนท์ เป็นไฟเอซี11V ใช้ร่วมกันทั้งหลอดฝั่งซ้ายและขวา
บันทึกการเข้า

มายาทัศนา
Permanent Member
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 162


« ตอบ #116 เมื่อ: กันยายน 25, 2017, 10:11:56 pm »

โฮ้... เบฺิร์นแอมป์กันข้ามปี  งง
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #117 เมื่อ: กันยายน 30, 2017, 08:42:33 pm »

โฮ้... เบฺิร์นแอมป์กันข้ามปี  งง

เรื่องแบบนี้ธรรมดามาก เพราะทำไปแล้วก็ไม่ใคร่จะได้เปิดฟัง ทั้งเครื่องแอมป์หลอด ลำโพง ส่วนใหญ่ก็เอาไว้ประดับฮวงจุ้ยเท่านั้นแหละ แบบว่าบ้านมันจะได้รกๆไง
นานๆถึงจะได้เปิดฟังสักที กว่าจะเบิร์นเสร็จ ก็ข้ามปียังงี้แหละ  555
บันทึกการเข้า

POCOYO
Permanent Member
Jr. Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 51


Too many hobbies, Too little money


อีเมล์
« ตอบ #118 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2017, 06:42:03 pm »

ขอถาม หูฟังไฮอิมพีแดนจ์ กับโลว์อิมพีแดนจ์ เสียงแตกต่างกันอย่างไร เคยเห็นบางคนบอกว่าแอมป์ตัวนี้ขับหูฟังไม่ไหว เลยเกิดความสงสัยว่า ทำไมต้องใช้หูฟังแบบไฮอิมพีแดตจ์ด้วย .oxox
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506



อีเมล์
« ตอบ #119 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2017, 07:52:41 pm »

ขอถาม หูฟังไฮอิมพีแดนจ์ กับโลว์อิมพีแดนจ์ เสียงแตกต่างกันอย่างไร เคยเห็นบางคนบอกว่าแอมป์ตัวนี้ขับหูฟังไม่ไหว เลยเกิดความสงสัยว่า ทำไมต้องใช้หูฟังแบบไฮอิมพีแดตจ์ด้วย .oxox

หูฟังมีอิมพีแดนซ์สูง-ต่ำ ก็ลองคิดถึงโหลดของแอมป์ในแต่ละสเตจก็แล้วกันครับว่า เอาท์พุทยิ่งต่ำยิ่งดี โหลดยิ่งมีอิมพีแดนซ์สูงก็ยิ่งดี
หูฟังก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าหูฟังจะมีแมสในตัวไดรเวอร์เอง แต่ก็มีค่าไม่มากนัก ดังนั้นเวลาเค้าออกแบบก็มักจะมองหูฟังว่าเป็น Resistive load ไงล่ะ
เท่าที่เคยดูผ่านๆ ก็เคยมีที่เค้าเทสท์THDเปรียบเทียบกันด้วย หูฟังไฮอิมพีแดนซ์ จะมีTHDที่ต่ำกว่า

โดยพื้นฐานแล้ว หูฟังไฮอิมพีแดนซ์ต้องการโวลเตจสวิงเอาท์พุทสูงกว่า และต้องการกระแสไม่มากนัก
และสำหรับโลว์อิมพีแดนซ์ ก็จะเป็นไปในทางกลับกันคือ ต้องการโวลเตจสวิงไม่มากนัก แต่ต้องการกระสเยอะ

ว่าแต่ถามเยอะจังเลย ถามมาเยอะๆก็ดีแล้ว เพราะผมจะวางมือซักที ถ้าเคลียร์โปรเจคท์ที่ค้างๆอยู่จบ ผมก็คงเลิกทำจริงๆแล้วล่ะ
มีอะไรก็ถามๆมาเลย ที่ผมลบไฟล์Pdfออกไปก็กลัวๆอยู่เหมือนกันว่า บางคนเอาไฟล์ไปทำพีซีบีแล้ว บางทีก็ทำผิดทำถูกแล้วไม่ยอมโพสต์มาถาม ผมก็จนปัญญาที่จะไปรับผิดชอบได้จริงๆ เลยลบออกซะเลย 555 ใครอยากได้ไฟล์อันไหนก็requestได้ผ่านอีเมล์อยู่แล้ว
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 [4] 5 ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Links To Our Friends - No Matter Where They Are


Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.098 วินาที กับ 18 คำสั่ง