ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
กรกฎาคม 16, 2018, 01:26:46 pm
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: จะมีการ ลบ file รูปในเวปเราครั้งใหญ่ ท่านใดต้องการรูปไหน ให้ download เก็บไว้ ด่วน!! (ฝากที่อื่นไม่เกี่ยว)


สมัครเป็นสมาชิก ต้องส่งหลักฐานของท่าน เป็น ภาพถ่าย ใบขับขี่ โดยส่ง email มาที่

และต้อง post แจ้งผู้ดูแลระบบที่หัวข้อนี้ด้วยครับ >>Membership Within 24 Hrs<<

  บุคคลทั่วไป ต้องการติดต่อกับเรา โปรดใช้ 


สำหรับการแนบรูปในกระทู้ ขอให้ใช้บริการฝากไฟล์ภายนอก คลิกดูวิธีการทำได้ที่นี่ครับ


+  Audio DIY Club - Network [คลับบ้านๆ ดีไอวาย แท้ๆ ของคนใจดี]
|-+  Audio DIY
| |-+  Audio DIY Personal Amp & Head Phone (ผู้ดูแล: art, dust)
| | |-+  HPamp & DAC
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: HPamp & DAC  (อ่าน 25732 ครั้ง)
dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #120 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2017, 11:01:41 am »

Jfet_preview by St Lim, on Flickr
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #121 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2017, 11:08:01 am »

Jfet preview

ตัวแรกที่แนะนำก็ NEC uPA68HA เป็นเจเฟ็ทคู่ แบบN-channel มีเกนให้เลือกค่อนข้างกว้างตั้งแต่ทำปรีแอมป์ ไปจนถึงเป้นอินพุทของเพาเวอร์แอมป์ มีค่าGmค่อนข้างสูงพอสมควร ดังนั้นจึงให้เสียง ค่อนข้างเด่นคล้ายๆกับหลอดกลุ่ม Hi transconductance เสียงกลางออกหวานประมาณนึง ไม่ฉ่ำมากเหมือนโตชิบา รายละเอียดดีมาก ซาวน์สเตจกว้างสุดๆ อาจจะกว้างที่สุดก็ว่าได้ แบนด์วิธไม่มีที่ติ สมบูรณ์แบบในความเป็นไฮไฟ อาจจะมีข้อเสียอย่างเดียวคือไม่มีคู่ P-channel
 
Sanyo 2SK222-E เป็นออดิโอเกรดเจเฟ็ท จากค่ายซันโย ตัวนี้เป็นรุ่นรองสำหรับใช้งานปรีแอมป์เป็นหลัก ด้วยสเป็ค Vds -40V และมีค่าGmปานกลาง ส่วนเจเฟ็ทตัวท็อปของซันโย จะเป้นรุ่น 2SK223 ซึ่งน่าจะเป็นเจเฟ็ทเพียงหนึ่งในเจเฟ็ทสองสามเบอร์ที่มีค่า Vds สูงถึง -80V และมีค่าGmที่ค่อนข้างสูงด้วยเช่นกัน ซันโยมีเทคโนโลยีการผลิตที่ค่อนข้างล้ำมากเรียกกันว่า FBET ผมเองก็ยังไม่เจอบทความที่อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่อย่างใด แต่ด้วยความที่กว่าซันโยจะพัฒนามาถึงจุดนี้ ดูเหมือนว่าตลาดออดิโอจะวายไปแล้ว หลังจากซันโยผลิตเจเฟ็ทสองรุ่นนี้ออกมาแล้ว ส่วนใหญ่เจเฟ็ทเบอร์หลังจากนี้ไปจะเจเฟ็ทใช้งานในภาครับวิทยุทั้งหมด และดูเหมือนว่า ออดิโอเจเฟ็ททั้งสองรุ่นของซันโย จะไม่มีคู่ P-channel ด้วยเช่นกัน

เสียงของเจเฟ็ทซันโย
ผมเคยเขียนไว้นานเมื่อหลายปีก่อนตอนที่เพิ่งทดลองทำแอมป์ Satri ว่า 2SK30A-GR ฟังแล้วให้ความรู้สึกคล้ายกับเสียงของลอด12AX7 ส่วน 2SK170 เสียงจะออกไปทางคล้ายหลอดเพนโธดที่ต่อแบบไตรโอด ซึ่งผมฟังแล้วไม่ถูกหูสักเท่าไหร่ และผมชอบ2SK30Aมากกว่าอย่างแน่นอน เพราะมันฟังง่ายกว่าเยอะ
สำหรับ 2SK222 ผมคงจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพอย่างง่ายๆว่า เสียงโดยภาพรวมมันออกไปทางคลับคล้ายคลับคลากับหลอด 12AU7 เหลือเกิน เพราะเสียงโดยรวมนั้นมีความsmooth ราบเรียบสม่ำเสมอจริงๆ และยังมีน้ำเสียงออกดาร์คนิดปนหวานหน่อยๆ ใกล้เคียงจริงๆกับหลอดในตระกูล 12AU7, 6SN7 ซึ่งต้องยอมรับว่ามันลิเนียร์สุดๆแล้ว ถ้าจะแพ้โตชิบา ก็ตรงย่านเบส ที่มีอิมแพ็คไม่หนักเท่าโตชิบา แต่ผมฟังแล้วก็ชอบมันมากๆ

เบอร์ 2SK222 เป็นเบอร์ที่ผมเลือกใช้ในแอมป์ Jfet+Hexfet PPamp ซึ่งผมใช้เป้นดิฟแอปม์ โดยมี2SK170 Toshiba เป็น CCSครับ เสียงลงตัวดี ความจริงจะใช้โตชิบาเบอร์อะไรก็ได้ บางทีเบอร์อื่นอาจจะดีกว่า2SK170ก็ได้
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #122 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2017, 11:17:11 am »

เจเฟ็ทอีกสามเบอร์ในรูปด้านล่าง เรียงจากซ้ายไปขวา

Toshiba 2SK192A-Y ,pin out D-S-G Vds -18V
NEC 2SK193,           pin out G-S-D Vds -20V
Sanyo 2SK212-L,     pin out D-S-G Vds -20V

เจเฟ็ทกลุ่มนี้อยู่ในประเภทTuner RF พบได้ในภาครับวิทยุของพวกรีซีฟเวอร์แอมป์ยุคเก่า มีขนาดค่อนข้างเล็ก โวลท์ก็ต่ำ เกนก็ต่ำด้วย แต่ก็ข้อดีมากคือ
ค่าC input ก็ค่อนข้างต่ำเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะถูกออกแบบให้ใช้ในย่านความถี่สูง แต่เท่าทีผมได้ทดอลงเล่นมา มันก็มีแบนด์วิธที่ดีมากๆเลย เบสมาแน่นอน แล้วเบสสะอาดด้วย

อาจจะมีข้อจำกัดในการใช้งานอยู่บ้างพอสมควรเนื่องจากโวลท์ค่อนข้างต่ำ แต่สำหรับการใช้งานเป็นภาคอินพุทของแอมป์หูฟัง ที่ใช้ไฟบวกลบไม่เกิน12V ผมคิดว่าใช้งานได้โอเค
และนอกจากนี้ ผมคิดว่ามันยังน่าจะใช้งานได้ดีกับใครที่ต้องการทำกีต้าร์เอฟเฟกต์น่ะครับ ถ้าเทียบกับเบอร์ยอดนิยมทางฝั่งอเมิรกาแล้ว เบอร์ญี่ปุ่น จะมีกระแสที่ต่ำกว่าพอสมควร แต่ถ้าในวงจรไม่ได้ใช้กระแสเยอะ น่าจะลองใช้เบอร์พวกนี้ดูได้

สำหรับดีไซน์แบบเฉพาะเจาะจงสำหรับสามเบอร์นี้ ผมยังไม่ได้ทำ คงต้องรอไปปีหน้ายาวๆเลย ถ้ายังมีไฟอยู่ก็อาจจะกลับมาทำเล่นอีก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 04, 2017, 11:20:04 am โดย dust » บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #123 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2017, 11:25:25 am »

ขอชี้แจงเพิ่มเติมอีกเรื่องนึง ผมได้ลบรูปและข้อความในหลายๆกระทู้ออกไป
เนื่องจากว่า ผมเห็นว่ามันเป็นกระทู้ี่  inactive ไปแล้ว และด้วยความที่โปรเจคท์มันเยอะมาก จนแม้แต่ผมเองก็จำไม่ไหวว่าทำอะไรไปบ้าง
ผมคงไม่มีปัญญามานั่งรับผิดชอบกับโปรเจค์ ที่แม้แต่ผมเองก็ลืมไปแล้ว ถ้าเกิดปีหน้ามีใครโพสต์มาถาม ผมก็ไม่ทราบว่าจะตอบอย่างไรดี
ตอบผิดไป ก็จะเกิดปัญหาอย่างอื่นตามมาได้ ผมเลยลบออกซะ

ดังนั้น ขอให้ทำเฉพาะโปรเจคท์ที่ผมตั้งใจเก็บไว้จริงๆครับ
และแน่นอนว่า ยังมีบางโปรเจคท์ที่รอการ update ครับ มีมาแน่ๆ แต่เมื่อไรยังไม่รู้เหมือนกัลลล ไปก่อน ขอให้มีความสุข
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #124 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2017, 10:44:01 am »

2SK121_Sony by St Lim, on Flickr

มาแนะนำเจเฟ็ทอีกเบอร์นึง Sony 2SK121 (S-G-D)

เป็นเบอร์ที่ทางโซนีทำมาเพื่องานออดิโอโดยเฉพาะเช่นกัน สเป็คอาจไม่สูงนัก แต่เสียงดีครับ  Vds -30V, Idss ~1.5-7mA, Ig=5mA
จะเห็นว่า Ig ต่ำกว่ายี่ห้ออื่น ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว Ig = 10mA แต่สำหรับการใช้งานในอินพุท ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรครับ
เจเฟ็ทเบอร์นี้ มีความพิเศษอยู่อีกอย่างนึงคือ ที่ขาจะมีส่วนผสมของเงิน(Ag) แต่จะเป็นกี่เปอร์เซนต์ผมก็ไม่อาจจะทราบได้ แต่บอกได้ว่ามันมีส่วนช่วยในเรื่องเสียงมากเหลือเกิน

เสียงโดยภาพรวม ซาวน์สเตจอาจไม่ใหญ่มากเหมือนอย่าง NEC, Sanyo, Toshiba ซาวน์สเตจเล็กกว่าเค้าพอสมควร แต่มันก็ทำอะไรบางอย่างได้ดีมาก คือซาวน์สเตจด้านกว้าง และด้านลึกสมดุลกันดีมาก โดยทั่วไปแล้วถ้าเจเฟ็ทให้ซาวน์สเตจกว้างมากๆ ด้านกว้างจะเด่นกว่าด้านลึกเสมอ แต่โซนี่เบอร์นี้ทำได้ดีในแง่สมดุลเสียงด้านกว้างและลึก โทนเสียงออกไปทางโปร่ง มีรายละเอียดหยุมหยิมเยอะมาก และเบสก็ชัดมากด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าขาจะเป็นซิลเวอร์ แต่เสียงย่านบนก็ไม่ได้จัดจ้านแต่อย่างใด เสียงปลายแหลมเป็นประกายดีมาก โตชิบาจะแพ้ก็ตรงนี้แหละ

สำหรับ Idss ให้ดูที่ตัวเลขลงท้ายครับ ของโซนี่จะไล่จากน้อยไปหามากคือ 1-2-3-4 โดยค่า 1 Idss จะต่ำสุด ส่วนใหญ่ที่ซื้อมาก็เจอแต่เบอร์1นี่แหละ มีตั้งแต่ 1.5-3mAกว่าๆ
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #125 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2018, 06:32:16 pm »

Kumisa_Final by St Lim, on Flickr

ช่วงนี้พอมีเวลาว่างๆมาเขียน มินิรีวิวกับทรานซิสเตอร์สักหน่อย KSC1845, KSA992 Fairchild ก็อย่างที่ทราบกันดีว่าแต่เดิมเป็นเบอร์ของ NEC ซึ่งก็เลิกผลิตไปนานมากแล้ว เป็นเบอร์ที่ทางแฟร์ไชลด์ทำก็อปปี้ออกมา ซึ่งผมก็ได้ทดลองเอามาใช้ในบอร์ดแอมป์ Kumisa ดู ที่เอาท์พุทเป้นบเอร์ 2SC2234, 2SA1011 Sanyo เสียงไปด้วยกันได้ดีมาก ถึงแม้ว่ามันจะหลุดจากแนวเสียงของความเป็น Kumisa ออกไปบ้าง แต่มิวสิคคัลมันก็ทำได้ออกมาน่าฟังมากๆเลย รายละเอียดดี ผมว่าดีกว่าแฟร์ไชลด์เบอร์อื่นๆที่ผมเคยใ้มา อันนี้สงสัยจะคิดเอาเองล่ะมั้ง Huh? อีกอย่างน่ะเบอร์ KSC1845, KSA992 มีสเป็คที่ค่อนข้างสูง มีเกนHfe ที่ดีด้วยเช่นกัน ผมคิดว่านอกจากจะทำแอมป์หูฟังได้ดีแล้ว น่าจะลองใช้ในเพาเวอร์แอมปฺก็น่าจะดีมากๆเช่นกัน เห็นใน diyaudio.com ก็มีคนใช้กันอยู่เรื่อยๆ ก็อย่างว่าเบอร์ทรานซิสเตอร์เดี๋ยวนี้หายากเหลือเกิน
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #126 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2018, 06:38:21 pm »

Kumisa_Final2 by St Lim, on Flickr

KTC3198, KTA1266 KEC ก็เป็นอีกตัวเลือกนึงที่ผมได้ทดลองนำมาใช้ในบอร์ดแอมป์ Kumisa ด้วย ถ่ายรูปไว้ แต่ไม่รู้ไปไว้ไหน เอาท์พุท ผมเลือกใช้ 2SC4793, 2SA1837 Toshiba ดูเหมือนว่าจะให้รายละเอียดเสียงที่หยุมหยิมมากมายจริงๆ ลืมบอกไปว่า สองเบอร์นี้ของ KEC เค้าทำมาใกล้เคียงกับ 2SC1815, 2SA1015 Toshiba น่ะครับ เป็นแอมป์ที่ผมเบิร์นอยู่นานกว่าจะเข้าที่เข้าทาง เมื่อมันเริ่มเบิร์นได้ที่ ความละเอียดหยุมหยิมบวกกับเสียงขึ้นขอบที่ให้ความรู้สึกแบบดิจิตอลมากมายค่อยๆลดลงไป

แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันเหมาะมากๆกับ electronic music สปีดมันได้จริงๆ เสียงไวมากครับ ก็เป้นอีกตัวเลือกที่แนะนำลองหามาใช้กันดู 
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #127 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2018, 06:48:45 pm »

satori_UTC by St Lim, on Flickr

อีกเบอร์ที่แนะนำ  2SC1815L-Y, 2SA1015L-Y UTC สำหรับยี่ห้อนี้ มันsurprised!ผมมากๆเลย เสียงดีมาก อาจจะมีข้อเสียนิดเดียว ตรงที่เวอร์ชั่นที่ขายในบ้านหม้อจะเป้น เกรด Y นั่นหมายถึงว่า Hfe มันอยู่ที่110-130กว่าๆเท่านั้นเอง แต่กับการใช้งานในแอมป์หูฟงัก็โอเคอยู่แล้ว มีอะไรก็ใช้ว่างั้นเหอะ 555
ปีที่แล้วผมได้เจอเว็บดีไอวายเจแปนอันนึง เค้ามีเทสท์เบอร์ 2SC1815, 2SA1015 ที่ผลิตใหม่หลายๆยี่ห้อ แล้วผลก็ออกมาว่า UTC ดีที่สุด ใกล้เคียงมากกับโตชิบา โดยUTC จะด้อยกว่าเล็กน้อยตรง transition frequency เป็นตัวเลขนิดหน่อยจริงๆ ไม่ซีเรียส

สำหรับเสียงที่ผมได้ใช้ในบอร์ดแอมป์ Satori อินพุทก็เป็นเจเฟ็ทซันโย ตามด้วย  2SC1815L-Y, 2SA1015L-Y UTC และเอาท์พุท 2SC4793, 2SA1837 Toshiba เท่าที่ผมพอจะนึกย้อนกลับไปถึงสมัยที่ทดลองใช้เบอร์โตชิบาล้วนๆทั้งบอร์ดแอมป์ ผมชอบอันนี้มากกว่าเยอะเลย อาจจะเป้นเพราะว่า UTC มีคัลเลอร์เลชั่นที่น้อยกว่าโตชิบา ผมชอบเสียงกลางของ UTC มากกว่าเบอร์เดิมๆโตชิบา เสียงของ UTC จะราบเรียบฟังแล้วเป็นธรรมชาติกว่าเยอะ ไม่รู้ว่ามองข้ามเบอร์นี้ของUTCไปได้ยังไง นานตั้งหลายปีกว่าจะได้ลองทำเล่นดู
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #128 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2018, 08:47:30 pm »

TDA1541A_USBDAC by St Lim, on Flickr

เป็นโปรเจกท์แรกที่ทำในปีนี้เลย ก็แดคTDA1541A เอามาต่อใช้งานเป็น USB DAC แบบจริงจังเลย แต่ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน ซื้อบอร์ด USB Rcv. เป็นบอร์ด Amanero combo...Huh? จำชื่อยาวๆๆๆของมันไม่ได้แล้วสิ 555

สัญญาณออกเป็น I2S ไปเข้า TDA1541Aได้เลย ก็ยังเป็นnon-oversampling อย่างที่เคยทำๆกันมานั่นแหละ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ถ้าใส่ฟิลเตอร์ SAA7220แล้วมันจะดีขึ้นหรือแย่ลง จากความทรงจำที่เลือนรางไปทุกที ผมว่าถึงใส่ฟิลเตอร์มันก็ยังฟังคล้ายๆกันกับNOSอยู่ดี

แก้ไข ผมเขียนผิดไปอย่างแรงจริงๆ สัญญาณที่ออกมาจากบอร์ด Amanero ยังไก็เป็น oversamplingแล้ว เข้าใจว่ามีฟิลเตอร์มาเสร็จสรรพ ไม่อย่างนั้นคงจะซ็ทตั้งค่า Bit/Frq.ไม่ได้ ขออภัยแบบว่าห่างเหินเรื่องแดคไปนาน กลับมาทีเอ๋อเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 01, 2018, 09:23:42 pm โดย dust » บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #129 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2018, 09:00:48 pm »

TDA1541A_img_0 by St Lim, on Flickr

วงจร I/V converter ที่ใช้ในบอร์ดแดค เป็นวงจรจากเจแปน ใช้N-Jfet ข้างล่ะตัวเท่านั้นเอง ผมใส่ซ็อกเก็ตไว้เผื่อเปลี่ยนเจเฟ็ทเล่นด้วย ส่วนใหญ่แล้วก็ออกมาค่อนข้างดี
ถึงแม้ว่าจะใช้แดค TDA1541A รุ่นธรรมดาไม่มีมงฯ ผมก้ว่าเสียงมันดีมากๆเลย ฟังแล้วต้องคิดว่า เอ๊ะ! บางทีฟังพวกแดคที่มีDelta-Sigma Modulator มานานๆแล้วพอกลับมาฟัง R2Rแดคนี่ อย่างนี้มันเจ๋งกว่าเยอะเลย

เซ็ทให้บอร์ดUSB จ่ายสัญญาณขาออกเป้น 16bit/44.1Khz ก็ได้เสียงที่น่าฟังดี ผมบอกได้เลยว่า resolution 16bit นี่มันเพียงพอกับการฟังเพลงแล้ว ให้รายะเอียดมากพอแล้ว ส่วนเรื่องความถี่สัญญาณ ถ้าอยากได้เสียงที่มีพื้นเสียงสะอาดมากขึ้น ก็อาจปรับให้ความถี่สูงขึ้นได้ จาก 44.1-->48-->88-->96Khz เสียงจะสะอาดมากขึ้นไปตามลำดับ จนเริ่มจะรู้สึกว่าฟังไม่ใคร่จะเพราะแล้ว ฮาร์โมนิคส์หายไปเรื่อยๆ เอาเปHนว่าผมเลือก 16bit/44.1-48Khzเท่านั้นก็พอแล้ว

ได้ลองเปลี่ยนแดคชิปเป้นรุ่น 1มงฯ ก็จะได้เสียงที่เนี้ยบกว่าเดิมขึ้นอีกระดับนึง อันนี้ก็แล้วแต่น่ะ ผมว่ามันก็ดีทั้งรุ่นธรรมดาและรุ่นหนึ่งมงฯ หลังจากที่ได้ฟังแดคนี้มาสองวันสองคืนแล้ว ผมรู้สึกโล่งอกไปได้สักที ไม่ต้องไปขวนขวายกับแดคใหม่ๆอย่าง AK4497, ES9038pro ผมบอกไม่ได้หรอกว่าอะไรดีกว่ากัน เพราะผมไม่เคยได้ฟังแดคตัวท็อปรุ่นใหม่ๆ แต่ถ้าคุณอยากทำแดคเพื่อฟังเพลงจริงๆ ผมว่าคงจะหนีR2Rแดคไปไม่พ้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2018, 09:02:29 pm โดย dust » บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #130 เมื่อ: มีนาคม 18, 2018, 07:53:34 pm »

TDA1541A_NOSDAC by St Lim, on Flickr

ในทีสุด TDA1541A ก็ได้ใช้งานแบบ Non-oversampling สักที ต่อยูเอสบีเข้า Phiree U2S(VIA chip) สัญญาณออกเป็นSpdif มาเข้า CS8414 เดิมๆ
เป็นความรู้สึกเดิมๆ เหมือนกับว่าได้กลับไปดูการ์ตูนโคนันซีซั่นแรก จำรายละเอียดอะไรไม่ได้แล้ว แต่ความรู้สึกก็เดิมๆ บาทีก็เหมือนจะรู้สึกซ้ำซากจำเจเหมือนกัน เพราะกลับมาทำแดครอบนี้ อะไรๆก็ลืมไปหมดแล้ว  เฮ้อ

ได้ฟังเสียงแล้วก็ว่าดีล่ะ เสียงที่ได้จากR2Rแดค จะให้texture ของเสียงที่สมจริงกว่าพวก DeltaSigma dac โดยเฉพาะพวกเครื่องดนตรีโลหะไม่ว่าจะเป็นเครื่องเคาะหรือเครื่องเป่า ผมว่าR2R dac เหนือกว่าเยอะ แต่จริงๆแล้วผมก็ยอมรับว่า เสียงสุดท้ายของแดคที่ออกมา มันก็ยังขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่นๆด้วยนอกจากแดคชิปแล้ว ยังมีภาคจ่ายไฟ การทำกราวน์ และภาคIV converter 

บนแดคชิป S1 ก็เอาซิ้งค์เล็กๆมาแปะไว้ช่วยระบายความร้อนด้วย เพราะแดคเบอร์นี้ร้อนมากจริงๆ แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกัน พอแกะฮีทซิง้ค์ออกแล้ว ตัวหนังสือมันจะลอกตามกาวที่แผ่นซิลิโคนออกไปด้วย หมดราคาเลย
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #131 เมื่อ: มีนาคม 18, 2018, 08:08:05 pm »

AD1865_NOSDAC_2017 by St Lim, on Flickr

ไหนๆก็เป็นสัปดาห์ของการเล่นแดค เลยไปขุดเอาแดคAD1865 มาเล่นสักหน่อย ก็ยังเป็น NOS DAC เหมือนเดิม ต่อที่เอาท์พุทไปออก UTC A-20 ฟังแล้ว ก็เพิ่งเข้าใจว่า ทำไมAudioNote ถึงเลือกแดคเบอร์นี้มาทำขายอย่างยาวนานน่าจะยี่สิบปีแล้วมั้ง แดคเบอร์นี้ถึงแม้จะเป็นR2R ที่เก่ามากแล้ว แต่เสียงมันก็ยังทันสมัยอยู่เสมอ ปลายแหลมไปไกลละเอียด ฟังแล้วไม่แพ้แดคสมัยใหม่เลย และยิ่งได้ต่อออก UTC A-20 เสียงกลางหวานเจี๊ยบเลย เบสก็ลงได้ลึกมาก UTC A-20 นี่เสียอย่างเดียวมันให้เกนน้อยไปหน่อย +15dB ต้องเร่งโวลุ่มค่อนข้างเยอะ ว่าแต่ลืมถ่ายรูปตอนที่ต่อกับ UTC A-20 ตอนนี้ถอดออกหมดแล้ว
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #132 เมื่อ: มีนาคม 18, 2018, 08:18:06 pm »

PCM63_2018 by St Lim, on Flickr

ตามมาด้วย PCM63P Philippine ไม่มี J,K อะไรต่อท้ายทั้งนั้น เป้นเวอร์ชั่นที่ต่ำตมที่สุดแล้วในบรรดา PCM63P ทุกเวอร์ชั่นที่เคยผลิตออกมา ว่าแต่ว่าก็อยากลองทำดู เพราะแดคเบอร์นี้เค้าให้มาฟรีๆ แบบว่าเก็บไว้ที่บ้านเค้าแล้วคงรกบ้านอะไรทำนองนั้น ยิ่งพวกฟิลเตอร์ที่เป็นเนื้อคู่กันอย่าง NPC SM5842 นี่หายากสุดๆแล้ว เมื่อสิบกว่าปีก่อนนี่ไม่ต้องคิดเรื่องจะทำแดคเบอร์นี้เล่นเลยถ้าไม่มีฟิลเตอร์อ่ะน่ะ

แต่อันนี้ที่เอามาทำเล่นได้ ก็เพราะทำกลูลอจิคจากสัญญาณI2Sบอร์ดAmanero ก็เป็น OS DAC อย่างเต็มรูปแบบ เอาท์พุทก็เป้นออปแอมป์ธรรมดามากจริงๆ NE5532AFE เป็นเวอร์ชั่นตัวโตหน่อย เสียงอิ่มดี แล้วก็บัฟเฟอร์เป้น discrete opamp รุ่นเก๋ากึ๊กของ AudioGD แต่ว่าน่ะ ดิสครีทออปแอมป์ตัวนี้มันก็มีดีเหมือนกัน ที่อินพุท เป็นคู่ K170BL/J74BL ข้างในวงจรก็จะเป็น C2240/A970 แล้วที่เอาท์พุทก็จะมี K170BL/J74BL ขนานกัน2คู่เลย แหม ดูแล้วมันน่าถอดออกมาทำแอมป์จริงๆเนอะ
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #133 เมื่อ: มีนาคม 18, 2018, 08:38:34 pm »

ไม่ว่าจะเป็น TDA1541A, AD1865, PCM63P ต่างก็เป้น R2R dac รุ่นท็อปในอดีตด้วยกันทั้งนั้น ถึงแม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไป เทคโนโลยีจะล้ำไปมากๆ แต่R2R dac ทั้งสามเบอร์นี้ ผมว่าก็ยังเป็นแดคที่ให้เสียงดีมากๆ ผมทดลองสลับกันฟังทั้งสามบอร์ดในรอบสองอาทิตย์ที่ผ่านมา จากการต่อฟังเพลงจากยูทิวบ์เป้นหลัก ผมบอกได้เลยว่า จำนวนบิทไม่สำคัญเลย เสียงที่ได้จากแดคทั้งสามเบอร์นี้เสียงมาเต็มเม็ดเต็มหน่วยจริงๆ ถึงแม้ผมจะเซ็ทไว้ที่ 16Bit/44.1Khz มันก็ยังสามารถเล่นได้ดีกับดนตรีแทบจะทุกๆแนวเลย ต่อให้เป็นดนตรีแบบอิเลคโทรนิคส์เพียวๆก็ตาม มันก็ทำได้ดีมากทั้งสามเบอร์ และที่สำคัญที่สุด มันให้เสียงได้สมจริงมากกว่าพวกDeltaSigma dac

จริงๆแล้วก็ได้ลองสั่งบอร์ด ES9038Q2M ซึ่งเป้นแดคเวอร์ชั่น mobile มาอลงเล่นดู ราคาไม่แพงเลย เป้นแดค 32Bit ที่มีสเป็คสูงมากๆ DNR 129dB, SNR -120dB ถ่ายรูปไว้ แต่ยังไม่ได้โหลดเลย ลองหาตามเว็บAliได้มีเยอะแยะ

myDac4 by St Lim, on Flickr

เป็นแดคตัวเล็กๆที่เก่งเอาเรื่อง ที่ผมสนใจคือมันเซ็ทฟิลเตอร์ได้หลายแบบล่ะ แต่หลังจากที่ด้ลองเล่นไปเล่นมากับการลองฟังฟิลเตอร์ที่ให้เสียงหลายๆแบบ ผมมีความเห็นว่า แม้เทคโนโลยีของแดคจะก้าวหน้าไปเยอะแยะ แต่เสียงก็ยังไม่ต่างไปจากเดิมสักเท่าไหร่ มีแดคอยู่เบอร์นึงที่ผมฟังบ่อยที่สุดนั่นคือ CS4398 เป็นเบอร์ที่นับว่าเก่ามากเช่นกัน ลองสลับกันฟังระหว่าง ES9038Q2M VS CS4398 ผมว่าสุดท้ายแล้ว คุณภาพเสียงก็ยังไม่หนีห่างกันเท่าไหร่ ผมคิดว่าหูตัวเองคงจะไม่ดี เพราะผมรับรู้ได้น้อยมากถึงความแตกต่างของแดค 32Bit VS 24Bit ฟังแล้วก็พอๆกัน ปลายปีที่ผ่านมาทาง CS ก็เพิ่งจะออกแดค32Bit CS4399 แต่ก็ดูเหมือนจะเน้นตลาด mobile audio คิดว่าอีกไม่นานก็คงจะมีบอร์ดราคาไม่แพงออกมาให้ซื้อมาทดลองกันอีก

ได้ลองฟัง ES9038Q2M แล้ว ผมคงไม่ go pro กับ ES9038Pro ผมเดาว่าแนวเสียงคงไม่หนีกันเท่าไหร่ เพียงแต่ว่า Version Pro จะดูหรูหรากว่ากับสเป็คที่สูงลิบ DNR 145dB ดูแล้วต้องบอกว่า โอ้ว้าวจริงๆเลย แต่ในทางทฤษีแล้วน่ะ การรับรู้ในทางประสาทหูของคนเรา สามารถที่จะรับรู้ Dynamic range ที่มีความแตกต่างได้ไม่เกิน 120dBเท่านั้น นั่นหมายความว่า ต่อให้ตัวเลข DNR สูงมากๆ เราก็ยังรับรู้ได้ไม่เกิน 120dBเท่านั้นครับ แต่แน่นอนว่า มันมีข้อดีในแง่ของคววามสัมพันธ์โดยตรงของตัวเลข Dynamic range ที่สูง ก็จะได้ Signal to Noise ratio ที่สูงตามขึ้นไปด้วยเช่นกัน  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 31, 2018, 09:36:30 pm โดย dust » บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #134 เมื่อ: มีนาคม 18, 2018, 08:47:04 pm »

ก่อนจบเรื่องราวที่แสนจะยืดยาวและวกวนของแดค แนะนำสถานีเพลงไว้ให้ฟังกันครับ KEXP ผมว่านักฟังเพลงหลายๆคนน่าจะรู้จักกันบ้าง

https://www.youtube.com/channel/UC3I2GFN_F8WudD_2jUZbojA

<a href="https://www.youtube.com/v/jIXlo1GCvIo" target="_blank">https://www.youtube.com/v/jIXlo1GCvIo</a>

แต่เดิมเป็นสถานีวิทยุที่ซีแอตเติ้ล เมื่อเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ทบูม ทางสถานีก้ปรับตัวเองมาถ่ายทอดสดวงดนตรีต่างๆจากทั่วโลกเลยจริงๆ อันนี้เจ๋งมาก
ถ้าคุณเบื่อกับการฟังเพลงแบบเดิมๆซ้ำซากๆ ลองมาฟังเพลงจากสถานีKEXPดู แล้วคุณจะรู้ว่าโลกของดนตรีนั้นกว้างมากเพียงไร

นอกจากนี้แล้ว KEXP ยังนำเสนอวงดนตรีที่น่าจะเรียกได้ว่า ล้ำสมัยมาให้ได้ลองฟังกันอย่างมากมาย ลองหาดูได้ มีเยอะจริงๆ มีอะไรใหม่ๆมากมายที่ฟังแล้วต้องบอกว่า
"อย่างนี้ก็มีด้วยเหรอ" อย่างที่ภาษาอังกฤษเค้าว่า "quirky" มีอะไรแปลกๆมากมาย see you and have fun then!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 31, 2018, 08:27:45 pm โดย dust » บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #135 เมื่อ: มีนาคม 31, 2018, 09:53:29 pm »

myDac1 by St Lim, on Flickr

ว่าจะไม่ทำ shunt reg แล้วเชียว ลองทำดูสักหน่อยแล้วกัน แบบพีซีบี Shunt reg ก็ก็อปเอามาจากเว็บขอคุณ Andrea ส่วนพีซีบีวงจรแดค ก็เอาของเก่ามาดัดแปลงนิดหน่อย ก็เป็นอันใช้ได้เลย เป็น double shunt reg.

http://www.audiodesignguide.com/DACend2/index.html

เสียงสะอาดเหลือเกิน ใช้เวลาเบิร์นอยู่หลายชั่วโมงเหมือนกัน กว่าที่สมองจะเริ่มปรับให้เข้ากับเสียงแบบใหม่
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #136 เมื่อ: มีนาคม 31, 2018, 10:02:13 pm »

myDac2 by St Lim, on Flickr

ต่อไปออกบัฟเฟอร์ อันแรกก็ UTC-A20 ฟงแล้วผิดหวังอย่างแรง  เฮ้อ เสียงย่านบนๆฟังล้วแข็งกระด้างมากมาย สู้บอร์ดเวอร์ชั่นเดิมที่ใช้ Linear Reg ไม่ได้เลย ของเดิมจะหวานฉ่ำรายละเอียดเยอะมาก เอาเป็นว่า พูดว่ามันไม่เข้ากันดีกว่า

เสียงโดยภาพรวมออกมาค่อนข้างสะอาด อิมเมจเสียงมีความเป้นสามมิติมาก เสียงกลางมีโ?นเสียงของเฮ็กเฟตIR/Vishay ชัดเจนมาก ด้วยความที่เสียงค่อนข้างสะอาด พวกดีเทลรายละเอียดหยุมหยิมกับฮาร์โมนิคส์จะหายไปค่อนข้างเยอะพอสมควร

เลยเอาปรีแอมป์จิ๋ว หลอด5654 มาต่อแก้ขัดไปก่อน ถ้าเสียงต้นทางของแดคมาสะอาดมากๆล้ว ก็ถึงเวลาของหลอดแล้วสิน่ะ มันฟังได้ดีมากๆ ติดนิดเียวปลายเสียงแหลมออกจะจัดไปนิด แต่นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่แล้วล่ะ เพราะเรายังมีหลอดอีกหลายเบอร์ที่ยังไม่ได้ทำ  555 หลอด GE JAN5654 ปลายเสียงแหลมมันต้องเฟี้ยวฟ้าวอยู่แล้วล่ะน่ะ

ผมไม่ฟันธงแล้วกันว่า Regulator แบบง่ายๆอย่าง Linear Reg vs Shunt Reg ใครจะดีกว่ากัน เพราะสุดท้ายแล้วมันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะจูนมันได้ลงตัวหรือไม่? นี่เป็นประเด็นสำคัญที่สุดเลย
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #137 เมื่อ: มีนาคม 31, 2018, 10:09:05 pm »

myDac3 by St Lim, on Flickr

Shunt Reg ยังมีต่อ TDA1543 แต่คราวนี้ ลองเปลี่ยนเร็กกูเลเตอร์ ไปเป็น Sijosae's Kubota Reg ไม่เว่อร์เกินไปอย่าง Salas Shunt Reg เรียบง่ายดกว่าเยอะ แต่เดิมวงจร Kubota Reg ไม่ได้เป้นอย่างนี้ แต่คุณ Sijosae เอามาทำใหม่ current diodes หาไม่ได้ ก็ใช้เจเฟ็ทแทน มอสเฟ็ทฮิตาชิหาไม่มี ก็ใช้เบอร์ของ IRแทน มันก็เลยออกมาแบบนี้

http://www.headphoneamp.co.kr/index.php?mid=diy_sijosae&page=5&document_srl=19041

ในบอร์ดแดค TDA1543 ก็ทำเร็กฯซัพพลายไว้2ชุด สำหรับแดคชุดนึง แล้วก็อีกชุดสำหรับ N-Jfet IV converter
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 06, 2018, 07:43:33 pm โดย dust » บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #138 เมื่อ: มีนาคม 31, 2018, 10:20:43 pm »

TDA1543_NJfet_IV by St Lim, on Flickr

วงจร IV conv. ก็คล้ายๆกับของ TDA1541A ที่เคยลงไว้แล้ว ได้ทดลองเจเฟ็ทหลายเบอร์เหมือนกัน สุดท้ายแล้วผมก็ยังชอบ เจเฟ็ทซันโยอยู่ดี ไม่ว่าจะเบอร์ 2SK222E, 2SK212L ก็ดีทั้งคู่

Sijosae's Kubota Reg ก็ให้ผลในทางที่ดีมากๆเช่นกัน ไม่ยุ่งยากวุ่นวายอย่าง Salas Shunt reg แต่จะให้เปรียบกันตรงๆก็คงไม่ไหว ขี้เกียจจะทำแล้วครับ เอาเป้นว่า TDA1543 บอร์ดนี้น่ะ เสียงมันอัพขึ้นมามากพอสมควร ผมลองกลับไปฟังแดค TDA1543 บอร์ดเก่าที่มี reclock ด้วย เสียงต่างกันเยอะมากเลย นั่นทำให้ผมคิดได้ว่า จริงๆแล้วผมไม่เคยชอบการ reclock เลย เอาจิตเตอร์เดิมๆออกไปแล้วใส่จิตเตอร์อันใหม่เข้ามา เฮ้อ มันจะอะไรกันนักกันหนาก็ไม่รู้

ในรูปข้างบนนี้ลองต่อใช้งานแบบ  non-oversampling รับสัญญาณมาจาก CS8414  นอกจากนี้แล้วผมยังได้ทดลองต่อสัญญาณ I2S มาจากบอร์ด Amanero ด้วย ก็ดีทั้งสองแบบ จะover sampling ก็ฟังดีมากๆ ถึงตรงนี้ก็คิดเอาเองว่า จิตเตอร์จากบอร์ด Amanero มันน่าจะต่ำกว่าพวกเครื่องเล่นซีดีเยอะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 31, 2018, 10:48:44 pm โดย dust » บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #139 เมื่อ: มีนาคม 31, 2018, 10:46:34 pm »

อย่าถามเลยว่าแดคอะไรดีที่สุด แดคแต่ละยี่ห้อมีเสียงในแบบของตัวเอง คำว่าดีที่สุด มันอาจจะมีความหมายง่ายๆเพียงแค่ว่า คุณชอบเสียงแบบไหนมากกว่าเท่านั้นเอง แม้แต่ผมเอง สุดท้ายแล้ว แดคที่ผมฟังทุกวันคือ CS4398 ไม่ใช่เพราะมันดีที่สุด แต่เพราะผมคุ้นเคยกับแดคของ CSมากที่สุด ตั้งแต่สมัยก่อนที่ลองทำแดค CS43122 ฟังกันมาหลายปี จนมาถึงยุคUSB Dac ผมก็ยังเลือกที่จะฟัง CS4398 อยู่ดี ลืมบอกไปว่า มันเป็นแดคยี่ห้อ Topping D30 (Xmos U8-->CS4398-->OPA2134) มันเรียบง่ายมากจริงๆ จุดเด่นของ CS Dac อาจจะอยู่ที่เค้าสามารถทำเสียงที่อยู่ตรงกลางพอดีๆ ระหว่างเสียงแบบยุคเก่า และเสียงแบบสมัยใหม่ ลองฟังเปรียบเทียบกับแดคยี่ห้ออื่นๆดู

ก่อนจบ ก็ฝากหนังแนวอินดี้ไว้ให้ดูกันสักเรื่อง Amongst White Cloud(ท่ามกลางหมู่เมฆขาว)


<a href="https://www.youtube.com/v/FumyvVOVbaY&amp;t=64s&amp;index=108&amp;list=WL" target="_blank">https://www.youtube.com/v/FumyvVOVbaY&amp;t=64s&amp;index=108&amp;list=WL</a>

เป็นภาพยนตร์เชิงสารคดี ที่ถ่ายทำในประเทศจีนเมื่อปี 2003 เรื่องราวไม่มีอะไรซับซ้อน ทีมงานถ่ายทำเดินทางเข้าไปสัมภาษณ์พระเซ็นในเขตภูเขาจงหนานซาน
ภูเขาจงหนานซาน อยู่ในมณฑลส่านซี เป็นแถบภูเขาที่ผู้ปฏิบัติธรรมเข้าไปใช้ชีวิตปลีกวิเวกถือสันโดษมาแต่ยุคครั้งโบราณนับพันปีได้แล้ว ผ่านมาหลายยุคหลายสมัย ก็ยังมีผู้เข้าไปใช้ชีวิตที่เงียบสงบเพื่อค้นหาสัจจะธรรมให้แก่ชีวิตตนเอง

ใครเบื่อหนังกระแสฮอลลีวู้ด เชิญชมหนังอินดี้แบบบนี้ ถึงลูกถึงคนดี ทีมงานชุดเดียวกันนี้ ยังทำหนังในแนวนี้อีกเรื่องคือ One Mind(จิตหนึ่ง) เป็นการเข้าไปถ่ายทำภารกิจชีวิตประจำวันของพระเซ็นในวัดเจินหรู ที่มณฑลเจียงซี อันนี้ผมได้แค่ดูตัวย่างในยูทิวบ์ อยากดูของฟรีต้องรอนานสักหน่อย เพราะหนังเรื่องนี้ยังตระเวนฉายตามเทศกาลหนังต่างๆทั่วโลกอยู่เลย

วันนี้ก็จบแค่นี้ล่ะครับ จากนี้ไปคงจะไม่ดีไอวายแล้ว เบื่อแล้วจริงๆ เศร้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 31, 2018, 08:25:03 pm โดย dust » บันทึกการเข้า

มายาทัศนา
Permanent Member
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 180


« ตอบ #140 เมื่อ: เมษายน 05, 2018, 01:16:14 am »

เรียนถามคุณ dust ครับ ว่าวงจร IV conv. ของ TDA1543 ถ้าเราขนาน TDA1543A x2 or x4 or x8 วงจร IV conv. นี้ต้องปรับเปลี่ยนค่า R. ในวงจรใหม่ไหมครับ

คือกำลังคิดอยู่ว่าจะทำ Raspberry dac เล่นดีไหม ต่อ i2s เข้า TDA1543 น่ะครับ ง่ายดี.
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #141 เมื่อ: เมษายน 06, 2018, 07:42:10 pm »

เรียนถามคุณ dust ครับ ว่าวงจร IV conv. ของ TDA1543 ถ้าเราขนาน TDA1543A x2 or x4 or x8 วงจร IV conv. นี้ต้องปรับเปลี่ยนค่า R. ในวงจรใหม่ไหมครับ

คือกำลังคิดอยู่ว่าจะทำ Raspberry dac เล่นดีไหม ต่อ i2s เข้า TDA1543 น่ะครับ ง่ายดี.

ผมก็เคยคิดถึงคำถามแบบนี้เหมือนกัน ขอแยกตอบเป็น2ประเด็น

- I/V conv. ที่ใช้ N-Jfet อันนี้ไม่เหมาะกับการใช้งานที่ขนานจำนวนแดคมากขึ้น แต่เดิมก็เป็นวงจรที่ทางเจแปนเค้าเล่นกันมานานแล้วล่ะ ทำเล่นใช้กับบอร์ด RPi ด้วย ดังนั้นเค้าจึงออกแบบให้บอร์ดมันกะทัดรัดเพื่อให้ได้ขนาดเท่าบอดร์ดRPi ตัวเจเฟ็ทเองก็มีข้อจำกัดในเรื่องกระแสอยู่ด้วย

-ในกรณีที่ขนานแดค TDA1543หลายๆตัว ผมว่ามันได้เปรียบอยู่อย่างนึง คือการรวมกันของกระแส เมื่อเปลี่ยนเป็นโวลเตจเอาท์พุทแล้ว จะได้โวลท์ที่สูงขึ้น เวลาเค้าดีไอวายเบอร์นี้กันโดยส่วนใหญ่แล้ว ก็ไม่ใช้ I/V conv. กันแล้ว ทำเป็นแบบพาสซีฟด้วยตัวต้านทานตัวเดียว แล้วไปต่อออกซีคัปปลิ้ง อย่างนี้จะได้เสียงที่สดมันส์กว่าเยอะ

สำหรับบอร์ดที่ผมทำนี้ เสียงมันออกมาผิดคาดพอสมควร คืือ เสียงออกไปทางหวานเนียน เหมาะกับการที่จะฟังเพลงร้อง หรือพวกแจ๊ซที่วงไม่ใหญ่นัก ถ้าประมาณนี้แล้วฟังได้ดีมากๆเลย เมื่อสิบกว่าปีแล้วได้ทำTDA1543 ขนานกัน4ตัว เสียงมันส์ดี เหมาะกับแนวป๊อปร็อคย้อนยุค 70-80s เพลงแนวๆนี้เหมาะที่สุดแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 06, 2018, 07:57:21 pm โดย dust » บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #142 เมื่อ: เมษายน 06, 2018, 07:53:08 pm »

Kubota_reg_PosNeg by St Lim, on Flickr

ขอแก้ไขข้อผิดพลาดหน่อยนึงครับ Kubota Reg เป็น Series Reg น่ะครับ ไม่มีอะไร shunt อยู่ในวงจรเลย แต่ถ้าจะเพิ่ม Shunt เข้าไปก็ไม่ยาก อาจจะใส่ TL431 แค่นี้ก็ได้ Series-Shunt reg แล้ว ในรูปข้างบนนี้ผมก็ทดลองทำเป็นบอร์ดจ่ายไฟบวกและลบ ลองไปจ่ายไฟใ้หกับบอร์ดหูฟัง Kumisa

เสียงที่ออกมาก้ผิดคาดอีกเหมือนกัน คือบอร์ดKumisa อันที่ต่อทดลองใช้นี้ เป็นบอร์ดที่ภาคอินพุทเป็นทรานซิสเตอร์ แต่เสียงที่ออกมากับการต่อ Kubota Reg เสียงมันคล้ายมากๆกับ แอมป์Kumisa ตัวที่ผมใส่เจเฟ็ทอินพุทไว้ (K170/J74) โทนเสียงมันเข้ามาใกล้กันมาก จริงๆแล้วในรายละเอียดเสียงไม่เหมือนกันหรอก แต่โทนเสียงในภาพรวมมันไปในทิศทางเดียวกันอย่างไม่น่าเชื่อ มันอาจจะเป็นเพราะในวงจรเร็กกูเลเตอร์ใส่เจเฟ็ทไว้หลายตัว แล้วมันอินเตอร์มอดฯไปกับสัญญาณอย่างไรผมก็ไม่อาจจะทราบได้

มีข้อควรที่ระวังอยู่นิดนึงว่า ซีเอาท์พุท ของเร็กกูเลเตอร์ ไม่ควรใส่ค่าเยอะๆครับ เริ่มจากค่า 10uF ไปจนมากสุดไม่นาจะเกิน 220uF แล้วก็ซีบายพาสตัวเล็กๆไม่จำเป็นต้องใส่ก็ได้ ถ้าใส่ซีตัวใหญ่ค่าสูงมากอาจจะทำให้ออสซิลเลตได้ แล้วก็เพิ่มเติมอีกนิดนึง ซีที่ใส่ในวงจร 220uF ทั้งสองตัว ควรจะเป็น low ESR
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 06, 2018, 07:56:40 pm โดย dust » บันทึกการเข้า

มายาทัศนา
Permanent Member
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 180


« ตอบ #143 เมื่อ: เมษายน 06, 2018, 10:08:24 pm »

ได้แนวทางแร๊ะ ขอบคุณครับ เจ้า TDA1543A นี่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ถูกๆ แถมหาซื้อไม่ได้ (บ้านหม้อ)
ปีก่อนเดินถามแทบทุกร้านที่บ้านหม้อ เจอร้านเดียวในพล่าซ่า  ในถุงเหลืออยู่ไม่ถึง 10 ตัว บอกขายตัวล่ะ 70 Mygoddd
เลยกัดฟันซื้อมา 2 ตัว  ป่านนี้ขายหมดรึยังไม่รู้ ถ้ายังไม่หมดก็คงมีแต่ผมแหละที่บ้าควักจ่าย
ทำไงได้ถึงจะตัวล่ะ 70 แต่มันก็น่าจะเป็นชิป dac ที่ถูกที่สุดแล้ว
จากนั้นไม่น่าเชื่อ ลองถามร้านทางผ่านบ้านดูแบบไม่หวังผล ดันมีอยู่ 5 ตัว ตัวล่ะ 30 บาท ผมเลยซื้อมา 4 ตัว เหลือติดเก๊ะให้คนข้างหลังไว้ 1 ตัว เผื่อใครเค้า need ต้องใช้ และจะได้ไม่โดนข้อหากวาดหมดร้านให้ชาวบ้านนินทาหรือหนักหนาถึงขั้นสาปแช่ง ประเดี๊ยวจะกินนอนไม่สบายตัว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 06, 2018, 10:19:45 pm โดย มายาทัศนา » บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #144 เมื่อ: เมษายน 14, 2018, 07:07:20 pm »

ได้แนวทางแร๊ะ ขอบคุณครับ เจ้า TDA1543A นี่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ถูกๆ แถมหาซื้อไม่ได้ (บ้านหม้อ)
ปีก่อนเดินถามแทบทุกร้านที่บ้านหม้อ เจอร้านเดียวในพล่าซ่า  ในถุงเหลืออยู่ไม่ถึง 10 ตัว บอกขายตัวล่ะ 70 Mygoddd
เลยกัดฟันซื้อมา 2 ตัว  ป่านนี้ขายหมดรึยังไม่รู้ ถ้ายังไม่หมดก็คงมีแต่ผมแหละที่บ้าควักจ่าย
ทำไงได้ถึงจะตัวล่ะ 70 แต่มันก็น่าจะเป็นชิป dac ที่ถูกที่สุดแล้ว
จากนั้นไม่น่าเชื่อ ลองถามร้านทางผ่านบ้านดูแบบไม่หวังผล ดันมีอยู่ 5 ตัว ตัวล่ะ 30 บาท ผมเลยซื้อมา 4 ตัว เหลือติดเก๊ะให้คนข้างหลังไว้ 1 ตัว เผื่อใครเค้า need ต้องใช้ และจะได้ไม่โดนข้อหากวาดหมดร้านให้ชาวบ้านนินทาหรือหนักหนาถึงขั้นสาปแช่ง ประเดี๊ยวจะกินนอนไม่สบายตัว

TDA1543 เบอร์นี้อีกสิบปีก็ไม่หมด ในอีเบย์มีเยอะแยะ ยังมีเบอร์ใกล้เคียงด้วย TDA1387 ไงล่ะ เป็นแพคเกจSMD แต่ดูทรงแล้วน่าจะบัดกรีได้ไม่ยาก
ว่าแต่เคยเจอ TDA1541A บ้างไม๊? หายากจริงๆเลยน่ะ
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #145 เมื่อ: เมษายน 14, 2018, 07:16:15 pm »

myDAC5 by St Lim, on Flickr

อากาศร้อนๆ หาอะไรทำให้บายใจดีกว่า เอาแดค AD1865 เวอร์ชั่นทำมะดาที่ใช้ลิเนียร์เร็กกูเลเตอร์ มาลองต่อกับบอร์ดไฮบริดปรีแอมป์เก่าๆ ลองใช้เป็นบัฟเฟอร์ให้แดคดูว่าจะเป็นยังไง เป็นโครงงานจากนิตยสารCEW น่าจะเกือบสิบปีได้แล้ว ยังดีที่ไม่ได้โยนบอร์ดทิ้งไป เป็นหลอดไตรโอดคู่ ไดรฟ์ไปเข้ามอสเฟ็ทแล้วสัญญาณออกที่ซอร์ส

ก็เอาบอร์ด มาดัดแปลงนิดหน่อย ทำบอร์ดวางคร่อมไปอีกที จะได้ใส่หลอดเบอร์อื่นๆได้ ก็ลองทำใช้กับหลอดเบอร์ ECC40 ข้อมูลหลอดก็ตามนี้เลย

http://www.r-type.org/exhib/aaa0525.htm

้ป็นหลอดไตรโอดคู่ ที่เก่ามากๆเลย ขาหลอดเป็นแบบLoktal B8A ไม่แน่ใจว่าเรียกชื่อถฏต้องรึเปล่า เป็นพินเล็กๆ8ขา หลอดเบร์นี้ผลิตขึ้นมาหลังจากเบอร์ ECC32 ถ้าว่าโดยลำดับเบอร์อ่ะน่ะ และก็มาก่อนที่  6SN7GT จะผลิตออกมา สเป็คมันก็ครึ่งๆกลางๆอยู่เหมือนกัน
บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #146 เมื่อ: เมษายน 14, 2018, 07:28:47 pm »

myDAC6 by St Lim, on Flickr

หลอดเบอร์นี้ มีเฉพาะยี่ห้อที่ผลิตในยุโรปเท่านั้น ภายหลังจากที่หลอดเบอร์นี้เลิกผลิต ทางผู้ผลิตก็มักจะแนะนำให้ใช้หลอดเบอร์ 6SN7GT, ECC82 แทน แต่สเป็ค ต่างกันพอสมควร จริงๆแล้วเบอร์ที่สเป็คเท่ากันเป๊ะๆเลยก็คือเบอร์ E80CC เป็นเบอร์สเปเชี่ยลขาทองลองไลฟ์ แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ มันถูกผลิตออกมาในแบบ Box plate ต่างจาก ECC40 ที่เพลตเป็นทรงกระบอก เพลตทรงแบบนี้ อิเลคตรอนมันจะวิ่งจากคาโธดไปยังเพลตได้สมดุลมากกว่าเยอะเลย และอย่าลืมว่าเพลตทรงแบบนี้ จะเหมือนกับหลอดเบอร์ ECC32/CV181 ด้วยน่ะ

ที่ได้ไปค้นๆมาทดลอง ก็มีรุ่นที่เก่ามาก ซ้ายมือ น่าจะเป็นVolvo ดูจากแบเรี่ยมสีคล้ำๆเหมือนสีควันออกสีน้ำตาลหน่อยๆ อย่างนี้จะค่อนข้างเก่า แล้วก็ getter จะเป็นแผ่นกลมๆ Disk getter  หลอด Mullard, Phillips จะเป็นรุ่นหลังๆมาแล้ว เก็ตเตอร์เป็นแบบ Ring ทั่วๆไป

มียี่ห้อ Miniwatt อีกหลอดไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ทรงเดียวกับ Volvo เสียงคล้ายกันพอสมควร Miniwatt เสียงจะออกหวาน ขอบเสียงออกมนๆหน่อย ปลายแหลมก็ซอฟท์ๆฟังสบาย ส่วนVolvo ขอบเสียงจะคม ปลายเสียงแหลมละเอียดกว่า ก็หลอดVolvoนี่น่ะ ยังไงก็ต้องมีเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างนี้แหละ ส่วน Mullard(France) เสียงหวานอยู่แล้ว แต่เวทีเสียงโดยรวมจะออกไปทางโปร่งใสสะอาดกว่าหลอดเบอร์อื่นที่ผลิตจากโรงงาน Blackburn อย่างชัดเจน หลอดBlackburn นี่ผมเบื่ออยู่อย่างนึง เสียงหวานก็จริง แต่ออกไปทางค่อนข้างดาร์คเป็นส่วนใหญ่ ส่วนหลอดPhillips เสียงจะออกเรียบๆกว่า ปลายแหลมเหมือนจะออกจัดจ้านนิดหน่อย แต่ก็ยังโอเคอยู่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 14, 2018, 07:46:26 pm โดย dust » บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #147 เมื่อ: เมษายน 14, 2018, 07:37:53 pm »

เสียงโดยรวม ไม่ว่าจะเสียบยี่ห้ออะไร ก็ว่าดีทั้งนั้น ตอนแรกก็ไม่คิดว่ามันจะออกมาดีขนาดนี้ เสียงหรูหรามากเลย
ก่อนหน้านี้ก็ได้ลองหลอดไตรโอดที่เป้นโลว์เกนอย่าง 12AU7/ECC82 มาต่อเป้นบัฟเฟอร์ ก็ใช้ได้อยู่น่ะ แต่รู้สึกว่าเสียงมันติ๋มไปหน่อย สู้หลอดพวก medium to high gain ไม่ได้เลย

ลืมบอกไปว่า มอสเฟ็ทที่ใช้ก็เป็น switching mosfet อะไรก็ได้ ที่โวลท์สูงๆหน่อย ผมลองใช้เบอร์ 2SK872 NEC อืม เสียงดีมากๆครับ ถ้าจะหาง่ายๆก็ลองพวกเบอร์ Hexfet ก็น่าจะดีเหมือนกัน เคยลองล่ะ แต่นานจนลืมไปหมดแล้ว จำได้ว่าเบอร์เดิมๆที่ทางผู้เขียนโครงงานแนะนำ น่าจะเป้นเบอร์ 2SK2837 Toshiba เมื่อก่อนหาซื้อได้ง่ายในบ้านหม้อ คิดว่าเดี๋ยวนี้ก็ยังน่าจะมีอยู่ แต่ตอนที่ผมซื้อบเอร์นี้มาทดลอง ผมเจอทั้งของแท้และเทียมปนมาด้วยกัน แบบว่าเซ็งเลย กว่าจะรู้ว่าโดนของปลอมเข้าไปนี่ลองแล้วลองอีก ทำลายทองแดงร่อนไปบอร์ดหนึ่ง

ตัวนิตยสารเดิมๆบริจาควัดสวนแก้วไปนานหลายปีแล้ว ไว้ว่างๆค่อยวาดวงจรมาลงไว้แล้วกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 14, 2018, 07:47:29 pm โดย dust » บันทึกการเข้า

dust
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



อีเมล์
« ตอบ #148 เมื่อ: เมษายน 14, 2018, 07:43:47 pm »

myDAC7 by St Lim, on Flickr

เกือบลืมไปเลยว่า ได้ทดลองเบอร์ ECC85/PCC85 ในบอร์ดปรีแอมป์ไฮบริดด้วย ลองเสียบฟังหลายยีห้อเลยตั้งแต่ Telefuken, Siemen, Volvo, Tesla, Telam, Toshiba, Matsushita และ Philips ผมบอกได้เลยว่าเบอร์นี้เสียงดีทุกยี่ห้อ ไมว่าคุณจะเอาไปใช้ในตำแหน่งไหนของแอมป์/ปรีแอมป์ ผมว่าดีทั้งนั้น มันมีลักษณะเสียงโดยรวมๆที่คล้ายกัน คือ ซาวน์สเตจค่อนข้างใหญ่โอ่อ่าดีมาก ส่วนเสียงกลาง และรายละเอียดของเสียงก็แตกต่างกันไปตามแต่ละยี่ห้อ
บันทึกการเข้า

METAL Audiophile
Permanent Member
Hero Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5032



« ตอบ #149 เมื่อ: เมษายน 15, 2018, 09:30:39 pm »

ecc85 เป็นเบอร์ที่ผมชอบเสียงร้องเบอร์นึงครับ
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Links To Our Friends - No Matter Where They Are


Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.169 วินาที กับ 23 คำสั่ง